
Skill Set 4 ด้าน ที่ผู้สมัครต้องมี เจาะลึกทักษะครูของ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” (พ.ศ. 2569–2582)
อัปเดตข้อมูลจากมติคณะรัฐมนตรี (26 พ.ค. 2569) ความเห็นหน่วยงานประกอบมติ เล่มโครงการฉบับทางการ ประกาศเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ ประจำปีการศึกษา 2570 และปฏิทิน TCAS70 จาก ทปอ.
⚠ ข้อควรทราบก่อนอ่าน: โครงการนี้ “ไม่ใช่ทุนการศึกษา”
เล่มโครงการฉบับทางการของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) หน้า 36 ข้อ 10 ระบุว่า งบประมาณที่ขอรับจากรัฐเป็น “ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาทุนให้กับสถาบันอุดมศึกษาฝ่ายผลิต (ไม่ใช่ทุนการศึกษา)” และข้อ 10.1 ระบุว่าเป็น “งบ Top up” ในอัตราเหมาจ่ายรายหัว 30,000 บาท/ปี/คน ซึ่งจ่ายให้สถาบันผู้ผลิตครู ไม่ได้จ่ายให้ผู้เรียนโดยตรง
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ยืนยันประเด็นเดียวกันในความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ว่าแรงจูงใจในการสมัครอาจลดลง “เนื่องจากการดำเนินงานในระยะที่ 2 ไม่มีการสนับสนุนทุนการศึกษา”
เอกสารส่วนกลางไม่ได้กำหนดสิทธิยกเว้นค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก หรือค่าครองชีพให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ผู้สมัครจึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นโครงการเรียนฟรี และควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมการศึกษากับมหาวิทยาลัยที่สมัคร เพราะบางสถาบันอาจมีทุนหรือส่วนลดของตนเอง จุดเด่นหลักของโครงการคือ “การรับประกันการมีงานทำ” คือบรรจุเข้ารับราชการครูในภูมิลำเนาเมื่อสำเร็จการศึกษาและผ่านเงื่อนไขครบถ้วน ในลักษณะเดียวกับโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย (กสพท.) และโครงการผลิตพยาบาลเพิ่ม
สรุปสั้น ๆ
- เป้าหมายรวม 16,033 คน (สพฐ. 15,853 + กทม. 180) ภายใน 9 รุ่น เริ่มคัดเลือกปีการศึกษา 2570 ทยอยบรรจุปี พ.ศ. 2574–2582
- คัดเลือกผ่านระบบ TCAS โดยใช้ TGAT + TPAT5 (+TPAT2 เฉพาะสาขาศิลปะ) + A-Level ตามน้ำหนักรายสาขา คุณสมบัติทั่วไปคือจบ ม.6 GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 และต้องมีภูมิลำเนาตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ
- สมัครสอบ TGAT/TPAT2-5 ในระบบ TCAS70: 4–10 พฤศจิกายน 2569 (สอบ TPAT5 วันที่ 31 ม.ค. 2570)
- ต้องพัฒนา “ชุดทักษะ (Skill Set)” 4 ด้าน ได้แก่ Active Learning, การวิจัยแบบ PDCA, การมีส่วนร่วมในชุมชนวิชาชีพ และภาษา-ดิจิทัล และได้รับ Skill Transcript รับรองเมื่อสำเร็จการศึกษา
- เมื่อบรรจุแล้วต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่โอนย้าย
โครงการนี้คืออะไร (สรุปสั้น ๆ ก่อนเจาะลึก)
“โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” เป็นโครงการของ สป.อว. ดำเนินการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาผู้ผลิตครูและหน่วยงานผู้ใช้ครู ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกรุงเทพมหานคร คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ กรอบชื่อโครงการครอบคลุมปี พ.ศ. 2569–2582 และระยะดำเนินการจริงอยู่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570–2582 หรือจนกว่าผู้เข้าร่วมโครงการรุ่นสุดท้ายจะสำเร็จการศึกษา
งบประมาณรวม 2,037,960,000 บาท แบ่งเป็นงบดำเนินการเพิ่มศักยภาพและทักษะความเป็นครู 1,923,960,000 บาท (30,000 บาท/ปี/คน หรือ 120,000 บาทต่อคนตลอดหลักสูตร) และงบบริหารโครงการ 114,000,000 บาท สำนักงบประมาณระบุว่าจะพิจารณาจัดสรรตามความจำเป็นและเหมาะสมภายในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตัวเลข 30,000 บาทจึงเป็นกรอบอัตราที่อนุมัติ
เป้าหมายรวม 16,033 คน แบ่งเป็นสังกัด สพฐ. 15,853 คน และกรุงเทพมหานคร 180 คน ภายใน 9 รุ่น เริ่มคัดเลือกตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 และทยอยบรรจุเข้ารับราชการครูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2574 ถึง 2582 สาขาวิชาที่เปิดรับมากที่สุด 5 อันดับจากทั้งหมด 21 สาขาวิชา ได้แก่ ประถมศึกษา (2,233 อัตรา) คณิตศาสตร์ (1,944 อัตรา) ภาษาอังกฤษ (1,850 อัตรา) ปฐมวัย (1,799 อัตรา) และภาษาไทย (1,638 อัตรา)
การคัดเลือกใช้ระบบ TCAS โดยพิจารณาผลสอบ TGAT, TPAT5 ความถนัดทางครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์, TPAT2 (เฉพาะสาขาทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์) และ A-Level ตามน้ำหนักที่กำหนดในแต่ละสาขาวิชา คุณสมบัติทั่วไปคือ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ (ของตนเอง บิดา หรือมารดา คนใดคนหนึ่ง โดยอาศัยต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี) ผู้ที่บรรจุเป็นข้าราชการครูแล้วต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่มีการโอนย้าย เว้นแต่ลาออกจากราชการ
โครงการวางกลไกพัฒนาครูผ่าน 3 ระบบย่อยที่เชื่อมโยงกันด้วยวงจรวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ ระบบผลิตครู ระบบพัฒนาครูใหม่ และระบบพัฒนาครูประจำการ แนวคิดหลักคือ “โรงเรียนฝึกหัดครูเพื่อร่วมพัฒนาวิชาชีพ” (School-based Professional Learning Community) ผู้เข้าร่วมโครงการจะไปฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 โดยกำหนดชั่วโมงพัฒนาทักษะประมาณ 285 ชั่วโมงต่อปี (ราว 4–6 เดือนต่อปี) และมีการ “เปิดชั้นเรียน (Open Class)” ภาคการศึกษาละ 1 ครั้งตลอดหลักสูตร เพื่อประเมินพัฒนาการอย่างเป็นรูปธรรม
งบ 30,000 บาท/ปี/คน ใช้ทำอะไร
ตามตารางที่ 1 ในเล่มโครงการหน้า 73 งบเหมาจ่ายรายหัวแบ่งเป็น 3 ส่วน ไม่มีรายการค่าเล่าเรียนหรือค่าบำรุงการศึกษา
| รายการ | บาท/คน/ปี |
|---|---|
| ด้านการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลักสูตร: พัฒนาทักษะสมรรถนะวิชาชีพ ค่าตอบแทนวิทยากร/ผู้เชี่ยวชาญ ค่าวัสดุและสื่อการสอน | 15,000 |
| ค่าใช้จ่ายการฝึกภาคปฏิบัติในโรงเรียนฝึกหัดครู: วัสดุอุปกรณ์ ค่าพาหนะ/อาหาร/เดินทางของอาจารย์และนักศึกษา ค่าตอบแทนแหล่งฝึกสอน | 10,000 |
| ค่าใช้จ่ายการติดตามและประเมินผลโครงการระดับสถาบัน | 5,000 |
| รวม | 30,000 |
ผู้เรียนจึงได้ประโยชน์ในรูปกิจกรรมพัฒนาทักษะและค่าใช้จ่ายระหว่างฝึกภาคปฏิบัติ แต่ไม่ได้รับเงินโดยตรงหรือการยกเว้นค่าเล่าเรียน
ปฏิทิน TCAS70 ที่ผู้สมัครต้องรู้
🗓 กำหนดการสมัครสอบและวันสอบ (จากอินโฟกราฟิกทางการ ทปอ./myTCAS)
| วันที่ | กิจกรรม |
|---|---|
| ตั้งแต่ 15 ก.ค. 2569 | ลงทะเบียนใช้งานระบบ TCAS70 ที่ student.mytcas.com |
| 4–10 พ.ย. 2569 | สมัครสอบ TGAT/TPAT2-5 (สอบด้วยกระดาษเท่านั้น เลือกสนามสอบเรียงลำดับ 5 ลำดับ) |
| 7 ธ.ค. 2569 – 1 ก.พ. 2570 | พิมพ์บัตรที่นั่งสอบ TGAT/TPAT2-5 |
| 14–20 ม.ค. 2570 | สมัครสอบ A-Level (รับคำร้องสมัครล่าช้า 21–22 ม.ค. 2570) |
| 30 ม.ค. 2570 | สอบ TGAT (13.00–16.00 น.) |
| 31 ม.ค. 2570 | สอบ TPAT5 ความถนัดครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ (09.00–12.00 น.) และ TPAT2 (13.00–16.00 น.) |
| 28 ก.พ. 2570 | ประกาศผลสอบ TGAT/TPAT2-5 |
| 13–15 มี.ค. 2570 | สอบ A-Level |
ค่าสมัคร TGAT/TPAT2-5 วิชาละ 140 บาท โดย อว. สนับสนุนวิชาละ 140 บาท ไม่จำกัดจำนวนวิชา ส่วน A-Level วิชาละ 100 บาท โดย อว. สนับสนุนสูงสุด 7 วิชา ทั้งนี้ รอบ TCAS และวันรับสมัครเข้าโครงการของแต่ละมหาวิทยาลัยให้ตรวจสอบจากประกาศของสถาบันและ mytcas.com อีกครั้ง
ทำไมต้องรู้จัก “Skill Set” ก่อนสมัคร
จุดที่ต่างจากโครงการผลิตครูทั่วไปคือ ระยะที่ 2 ระบุ “ชุดทักษะ (Skill Sets)” ของผู้เข้าร่วมโครงการไว้ชัดเจน 4 ด้าน ซึ่งสถาบันผู้ผลิตครูใช้เป็นกรอบออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมฝึกประสบการณ์ตลอดการเรียน การประเมินเน้นการปฏิบัติงานจริง (Performance Assessment) ไม่ใช่การสอบทฤษฎีแบบเดิม และมีการออก “Skill Transcript” หรือประกาศนียบัตรรับรองทักษะ (Alternative Credential) เมื่อสำเร็จการศึกษา การรู้ล่วงหน้าว่าทักษะทั้ง 4 ด้านคืออะไร จึงช่วยให้ผู้สนใจประเมินความพร้อมของตนเองได้ตั้งแต่วันนี้
ทักษะที่ 1 ทักษะการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
Management Skills for Active Learning Classroom
คืออะไร
ทักษะการออกแบบและบริหารจัดการห้องเรียนให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้กิจกรรม การลงมือปฏิบัติ การอภิปราย และการแก้ปัญหา แทนการบรรยายฝ่ายเดียว ครูต้องวางแผนกิจกรรม ตั้งคำถามกระตุ้นความคิด และดูแลบรรยากาศให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมได้จริง
ทำไมจึงสำคัญ
เล่มโครงการระบุผลลัพธ์ที่คาดหวังว่า ภายในปีที่ 9 ของโครงการ ผู้เรียนในโรงเรียนฝึกหัดครูต้องมีทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ตามแนว PISA ไม่น้อยกว่าคะแนนเฉลี่ยของ OECD และกำหนดให้ประเมินคุณภาพชั้นเรียนทุก 3 ปีว่าเป็นชั้นเรียนแบบ Active Learning จริงหรือไม่ ทักษะนี้จึงเป็นแกนกลางของการเป็นครูในโครงการ
ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
- ฝึกเป็นผู้นำกิจกรรมกลุ่มในชั้นเรียนหรือชมรม เช่น สอนพิเศษเพื่อน สอนน้อง หรือเป็นพี่เลี้ยงค่ายวิชาการ
- ลองออกแบบกิจกรรมหรือเกมการเรียนรู้ง่าย ๆ ให้เพื่อนหรือรุ่นน้อง แล้วสังเกตว่าอะไรทำให้คนมีส่วนร่วมมากขึ้น
- เข้าร่วมกิจกรรมโครงงาน (Project-based Learning) ของโรงเรียน เพื่อคุ้นเคยกับการเรียนรู้แบบลงมือทำ
- อ่านหรือดูสื่อเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวคิด Active Learning เพื่อเข้าใจหลักการก่อนเข้าศึกษาต่อ
ทักษะที่ 2 ทักษะการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ด้วยการวิจัย
Research Skills for Continuous Improvement (PDCA Skills)
คืออะไร
ทักษะการใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการสอนอย่างต่อเนื่อง ตามวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คือ วางแผนการสอน ลงมือปฏิบัติ ตรวจสอบผลที่เกิดกับผู้เรียน แล้วนำผลมาปรับปรุงการสอนรอบถัดไป
ทำไมจึงสำคัญ
ทักษะนี้สอดคล้องโดยตรงกับ “วงจรวิจัยและพัฒนานวัตกรรม” ที่เป็นแกนเชื่อมโยง 3 ระบบย่อยของโครงการ เล่มโครงการระบุว่าครูรุ่นนี้ต้องมีผลงานสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชั้นเรียนของตนเองอย่างเป็นระบบ นำไปใช้ได้จริงและมีหลักฐานเชิงประจักษ์
ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
- หากโรงเรียนมีวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ (IS) หรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ให้ตั้งใจฝึกการตั้งคำถาม เก็บข้อมูล และสรุปผลอย่างเป็นระบบ
- เข้าร่วมชมรมหรือกิจกรรมโครงงานหรืองานวิจัยเยาวชนของโรงเรียนหรือหน่วยงานภายนอก
- ฝึกเขียนสรุปผลงานหรือกิจกรรมที่ทำ พร้อมระบุว่าครั้งต่อไปจะปรับปรุงอะไร ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด PDCA
- ฝึกเก็บข้อมูลง่าย ๆ รอบตัว เช่น ผลการติวเพื่อน แล้ววิเคราะห์ว่าวิธีไหนได้ผลดีกว่า
ทักษะที่ 3 ทักษะการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ
Engagement Skills in School-based Professional Learning Community
คืออะไร
ทักษะการทำงานร่วมกับเพื่อนครู ผู้บริหารโรงเรียน และชุมชน ในฐานะสมาชิกของ “ชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ” ที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ครูต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้และรับข้อเสนอแนะกับเพื่อนร่วมวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ต่างคนต่างสอน
ทำไมจึงสำคัญ
ตามเล่มโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องฝึกปฏิบัติงานจริงในโรงเรียนฝึกหัดครูตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 และร่วม “เปิดชั้นเรียน (Open Class)” ภาคการศึกษาละ 1 ครั้งตลอดหลักสูตร ทั้งในระดับโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด และระดับชาติ โดยมีชั่วโมงพัฒนาทักษะในสถานศึกษาราว 285 ชั่วโมงต่อปี ทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารจึงจำเป็น เพราะบทบาทของครูไม่จำกัดอยู่ในห้องเรียนของตนเอง
ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
- เข้าร่วมกิจกรรมสภานักเรียน ชมรม หรืองานอาสาสมัครที่ต้องทำงานเป็นทีมและประสานงานกับหลายฝ่าย
- ฝึกรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพื่อนอย่างสร้างสรรค์ในงานกลุ่ม
- หาโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนหรือโรงเรียนใกล้เคียง เช่น ค่ายอาสา หรือกิจกรรมพี่สอนน้องข้ามโรงเรียน
- ฝึกการสื่อสารต่อหน้ากลุ่มคน เพื่อคุ้นเคยกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิชาชีพ
ทักษะที่ 4 ทักษะการพัฒนาตนเองด้านภาษาและดิจิทัล
Skills for Language and Digital Literacy
คืออะไร
ทักษะการใช้ภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และเครื่องมือดิจิทัล เพื่อสืบค้นข้อมูล สื่อสาร และจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน รวมถึงการรู้เท่าทันสื่อและใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ
ทำไมจึงสำคัญ
ทักษะนี้มีเกณฑ์วัดผลจริงในประกาศเกณฑ์การคัดเลือก: ก่อนสำเร็จการศึกษาและได้รับการบรรจุ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และเล่มโครงการยังกำหนดให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ภาษาอังกฤษของผู้เรียนตามมาตรฐาน CEFR ในแต่ละช่วงชั้นด้วย
ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
- ฝึกภาษาอังกฤษอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้ ประกาศเกณฑ์กำหนดว่าวิชาเอกอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีผลสอบอย่างน้อย TOEFL ITP 473 หรือ TOEFL iBT 52 หรือ IELTS 4 หรือ TOEIC 500 หรือ CU-TEP 56 ส่วนวิชาเอกภาษาอังกฤษต้องมีผลสอบสูงกว่านั้นมาก เช่น IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5
- หัดใช้เครื่องมือดิจิทัลพื้นฐานเพื่อการนำเสนอและการเรียนรู้ เช่น โปรแกรมนำเสนองาน หรือเครื่องมือสร้างสื่อการเรียนรู้อย่างง่าย
- ฝึกสืบค้นข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้หรือแชร์ต่อ
- ทำความคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกันผ่านเครื่องมือออนไลน์ เช่น เอกสารและงานนำเสนอที่ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
สรุปสำหรับผู้สนใจสมัคร
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ม.6 หรือเทียบเท่า เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
- เงื่อนไขภูมิลำเนา: ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ (ของตนเอง บิดา หรือมารดา) อาศัยต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
- การคัดเลือก: ผ่านระบบ TCAS ปีการศึกษา 2570 พิจารณาจาก TGAT + TPAT5 (+TPAT2 เฉพาะสาขาศิลปะ) + A-Level ตามน้ำหนักรายสาขา คะแนนรวมต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 เลือกสมัครได้ไม่เกิน 3 สาขาวิชา
- สมัครสอบ TGAT/TPAT2-5: 4–10 พ.ย. 2569 และสมัครสอบ A-Level 14–20 ม.ค. 2570
- จำนวนที่ตั้งเป้าผลิตตลอดโครงการ: 16,033 คน (สพฐ. 15,853 + กทม. 180) ภายใน 9 รุ่น
- การบรรจุเข้ารับราชการครู: ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2574 ถึง 2582 ต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่โอนย้าย
- ก่อนสำเร็จการศึกษาต้องมี: ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูขั้นต้น (B License) และผลสอบภาษาอังกฤษตามเกณฑ์
- ค่าใช้จ่าย: ไม่ใช่ทุนการศึกษา งบ 30,000 บาท/ปี/คน จ่ายให้สถาบันผู้ผลิตเพื่อพัฒนาทักษะ ผู้สมัครควรตรวจสอบค่าธรรมเนียมการศึกษากับมหาวิทยาลัย
⚠ ข้อควรระวังสำหรับผู้สมัคร
- โครงการนี้ไม่ใช่ทุนการศึกษาและไม่มีเอกสารส่วนกลางกำหนดสิทธิเรียนฟรี งบสนับสนุนจ่ายให้สถาบันผู้ผลิต ไม่ใช่เงินที่มอบให้ผู้เรียนโดยตรง
- เมื่อบรรจุแล้วห้ามโอนย้ายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ลาออกจากราชการ
- ต้องมีภูมิลำเนาตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติตามนี้จะถูกตัดสิทธิ์
- รายชื่อสาขาวิชาและสถาบันที่เข้าร่วม รอบ TCAS ที่ใช้รับ และวันรับสมัครจริง ต้องตรวจสอบจากประกาศทางการของมหาวิทยาลัยและ mytcas.com อีกครั้งก่อนสมัคร
หมายเหตุ: เอกสารราชการของโครงการใช้คำว่า “นักศึกษาทุน” เรียกผู้เข้าร่วมโครงการ แต่คำนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนได้รับทุนการศึกษา
แหล่งข้อมูล
- หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/11358 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2569 แจ้งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 เรื่อง โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2569–2582
- หนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนที่สุด ที่ นร 0711.1/322 ลงวันที่ 8 พ.ค. 2569 (อัตรา 30,000 บาท/ปี/คน และงบรวม 2,037,960,000 บาท)
- หนังสือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ นร 1108/1733 ลงวันที่ 28 เม.ย. 2569 ข้อ 2 (“ไม่มีการสนับสนุนทุนการศึกษา”)
- ความเห็นประกอบของกระทรวงการคลัง (กค 0402.5/6221) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ 0206.6/1160) และกรุงเทพมหานคร (กท 0802/1624)
- เล่มโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2569–2582 โดย สป.อว. (เมษายน 2569) หน้า 9, 36–37, 48 และ 73
- ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ ประจำปีการศึกษา 2570 ลงวันที่ 9 ก.ค. 2569
- ปฏิทินการสมัครสอบและการสอบ TGAT/TPAT และ A-Level TCAS70 โดยสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) / mytcas.com