เวทีธนาคารโลก–IMF เตือน AI กระทบงานบัณฑิตจบใหม่ ชี้การศึกษาต้องปรับหลักสูตร–เพิ่มทักษะจริง รับตลาดแรงงานยุคใหม่
เวทีประชุมประจำปีธนาคารโลกและ IMF ที่กรุงเทพฯ เตือน AI กดดันความต้องการแรงงานระดับเริ่มต้นในบางอุตสาหกรรม เสนอเร่งพัฒนาทักษะดิจิทัล ปรับหลักสูตรให้ตรงกับการทำงานจริง และสร้างโอกาสให้บัณฑิตจบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–11.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร มีการจัดเวทีเสวนา “Small AI: More and Better Jobs” หรือ AI ขนาดเล็ก: สร้างงานมากขึ้นและงานที่ดีขึ้น ภายใต้การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 โดยเวทีดังกล่าวมุ่งหารือถึงการนำ AI ที่มีต้นทุนเหมาะสมและเข้าถึงได้มาใช้เพิ่มผลิตภาพและสร้างโอกาสการจ้างงาน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
การประชุมมีนายอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก นายธาร์มาน ชันมุการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และนางคริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ IMF ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ AI การสร้างงาน และอนาคตของเศรษฐกิจโลก
AI กระทบโอกาสงานแรกของบัณฑิตจบใหม่
ประเด็นสำคัญด้านการศึกษามาจากคำเตือนของนายธาร์มาน ชันมุการัตนัม ซึ่งระบุว่า ความต้องการแรงงานระดับเริ่มต้น หรือ First-rung jobs กำลังลดลงในบางอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก AI อย่างชัดเจน โดยเฉพาะงานที่สามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยดำเนินการหรือทดแทนงานบางส่วนได้
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บัณฑิตจบใหม่อาจเผชิญความยากลำบากในการหางานแรก เพราะตำแหน่งงานที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นในการสะสมประสบการณ์อาจมีความต้องการลดลง ขณะที่นายจ้างต้องการบุคลากรที่สามารถใช้เทคโนโลยี ทำงานซับซ้อนขึ้น และสร้างคุณค่าได้มากกว่าการปฏิบัติงานตามขั้นตอนเดิม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่างานของบัณฑิตจะหายไปทั้งหมด แต่สะท้อนว่าลักษณะงานและทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลและระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ปฏิรูปการศึกษาอย่างไร ให้บัณฑิตพร้อมทำงานในยุค AI
จากความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน แนวทางที่ประเทศไทยควรเร่งพิจารณา ได้แก่
- ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้าง โดยให้สถานศึกษาทบทวนเนื้อหาการเรียนร่วมกับภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพิ่มการเรียนรู้จากปัญหาจริง และลดช่องว่างระหว่างความรู้ในห้องเรียนกับทักษะที่ต้องใช้ในการทำงาน
- เพิ่มทักษะการใช้ AI ในทุกสาขาวิชา ไม่จำกัดเฉพาะสายเทคโนโลยี แต่รวมถึงบริหารธุรกิจ การศึกษา สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สร้างผลงาน และแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม พร้อมตรวจสอบความถูกต้องและคำนึงถึงจริยธรรม
- ขยายโอกาสฝึกงานและเรียนรู้จากสถานประกอบการ เพื่อให้นักศึกษามีประสบการณ์จริงก่อนสำเร็จการศึกษา โดยเฉพาะการทำโครงงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจและการฝึกใช้เครื่องมือที่จำเป็นต่อการทำงาน
- เปลี่ยนการประเมินผลจากการเน้นความจำเป็นการวัดสมรรถนะ เพิ่มน้ำหนักให้กับการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกับ AI
- สร้างระบบพัฒนาทักษะตลอดชีวิต เปิดโอกาสให้บัณฑิตจบใหม่และแรงงานสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ผ่านหลักสูตรระยะสั้นหรือการอบรมที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยคำนึงถึงผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีด้วย
ไทยต้องเชื่อมการศึกษาเข้ากับการจ้างงาน
สำหรับประเทศไทย ประเด็นจากเวทีนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเชื่อมโยงนโยบายการผลิตกำลังคนของสถานศึกษาเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ตลอดจนสนับสนุนให้สถานประกอบการเปิดโอกาสแก่บัณฑิตจบใหม่ และช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถนำ AI มาใช้เพิ่มผลิตภาพได้จริง
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ผู้เรียนใช้ AI เป็น แต่ต้องทำให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีไปสร้างผลงาน แก้ปัญหา และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ แนวทางปฏิรูปการศึกษาที่นำเสนอเป็นข้อสังเคราะห์เชิงนโยบายจากประเด็นการจ้างงานยุค AI ไม่ใช่มติอย่างเป็นทางการของวิทยากรทั้งสามคน
การประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก 2026 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 โดยศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็นสถานที่หลักของการประชุม ผู้สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดเวทีสาธารณะที่เปิดให้รับชมได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ World Bank Live
ที่มา :
