Skip to content
-
Subscribe to our newsletter & never miss our best posts. Subscribe Now!
  • https://www.facebook.com/
  • https://twitter.com/
  • https://t.me/
  • https://www.instagram.com/
  • https://youtube.com/
edu news 4 U

Best Education news and scholarship for you

edu news 4 U

Best Education news and scholarship for you

  • Home
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Buy Adspace
  • CoverNews
  • Hide Ads for Premium Members
  • Home
  • Home
  • Home
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Buy Adspace
  • CoverNews
  • Hide Ads for Premium Members
  • Home
  • Home
Subscribe
Close

Search

เจาะลึก “โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ” จบ ม.3 เล่นดนตรีเก่ง รับทั้งชายและหญิง ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท จบ ปวช. บรรจุยศ “จ่าอากาศตรี”

อีกหนึ่งเส้นทางสำหรับน้อง ๆ ม.3 ที่มีฝีมือดนตรี คือ “โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ” (Royal Thai Air Force School of Music) สังกัดกองดุริยางค์ทหารอากาศ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ระหว่างเรียนนักเรียนได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท เงินเดือน และอาหารวันละ 3 มื้อ เมื่อจบหลักสูตร 3 ปีได้วุฒิเทียบเท่า ปวช. สาขาวิชาการดนตรี พร้อมบรรจุเข้ารับราชการยศจ่าอากาศตรี

จุดเด่นของโรงเรียนนี้คือเปิดรับผู้สมัครหญิงในเครื่องดนตรีหลายชนิด และรับทั้งเครื่องดนตรีสากล ดนตรีสมัยใหม่อย่างกลองชุดและกีตาร์ไฟฟ้า ไปจนถึงดนตรีไทย ปีที่ผ่านมาเปิดรับสมัครช่วงวันที่ 1–26 ธันวาคม บทความนี้สรุปข้อมูลทั้งหมดจากระเบียบการรับสมัครฉบับทางการ ประจำปีการศึกษา 2569

สรุปสาระสำคัญ

  • ปีการศึกษา 2569 รับ 12 คน
  • รับผู้จบ ม.3 อายุ 15–18 ปี เกรดเฉลี่ยภาควิชาการ 2.00 ขึ้นไป
  • รับทั้งชายและหญิง ขึ้นอยู่กับชนิดเครื่องดนตรี ส่วนสูงขั้นต่ำ ชาย 155 ซม. หญิง 150 ซม.
  • หลักสูตร 3 ปี ได้วุฒิเทียบเท่า ปวช. สาขาวิชาการดนตรี และมีสิทธิ์เรียนต่อปริญญาตรี
  • ระหว่างเรียนได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท เงินเดือน อาหาร 3 มื้อ และเงินออมคืนเมื่อจบ
  • จบแล้วบรรจุรับราชการยศจ่าอากาศตรี
  • รอบที่ผ่านมาเปิดรับ 1–26 ธ.ค. 2568 ทาง rtafband.thaijobjob.com ค่าสมัคร 350 บาท

หลักสูตรการศึกษา

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของโรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศใช้เวลาศึกษา 3 ปี เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติใน 3 กลุ่มวิชา

  • วิชาดุริยางคศาสตร์
  • วิชาสามัญ
  • วิชาทหาร

ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรจากโรงเรียน ซึ่งเทียบความรู้ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประเภทวิชาศิลปกรรม สาขาวิชาการดนตรี และมีศักดิ์และสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี

สิทธิประโยชน์และการบรรจุ

ระหว่างเรียน

  • ได้รับสิ่งของจากทางราชการตามอัตราที่กำหนด
  • ได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท (เบี้ยเลี้ยงสนามวันละ 120 บาท)
  • ได้รับเงินเดือนตามอัตราที่ทางราชการกำหนด
  • โรงเรียนจัดอาหารให้ทุกวัน วันละ 3 มื้อ โดยใช้เบี้ยเลี้ยงบางส่วนเป็นค่าอาหาร
  • เบี้ยเลี้ยงส่วนที่เหลือฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ให้นักเรียน และคืนให้เมื่อสำเร็จการศึกษา เพื่อใช้ระหว่างรอคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการ

เมื่อสำเร็จการศึกษา

  • ได้รับวุฒิเทียบเท่า ปวช. สาขาวิชาการดนตรี
  • บรรจุเข้ารับราชการยศจ่าอากาศตรี พร้อมอัตราเงินเดือนและสิทธิอื่น ๆ ตามที่ทางราชการกำหนด
  • มีสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • จบมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า มีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรภาควิชาการไม่ต่ำกว่า 2.00
  • มีพื้นฐานทฤษฎีดนตรีเบื้องต้นและปฏิบัติเครื่องดนตรีได้เป็นอย่างดี โดยต้องผ่านการพิจารณาและรับรองจากคณะอนุกรรมการคัดเลือก
  • อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 18 ปี นับตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร คือ พ.ศ. ปัจจุบันลบด้วยปีที่เกิด (ปีการศึกษา 2569 รับผู้เกิดระหว่าง พ.ศ. 2551–2554 เท่านั้น)
  • เป็นโสด และไม่เคยมีภรรยาหรือสามี ไม่ว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  • มีสัญชาติไทย และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด (หากบิดาเป็นนายทหารหรือนายตำรวจสัญญาบัตรหรือชั้นประทวนที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มารดาไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ต้องเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทยแล้ว ณ วันสมัคร)
  • มีร่างกายเหมาะแก่การเป็นทหาร สุขภาพสมบูรณ์ทั้งจิตใจและร่างกาย ส่วนสูงชายไม่ต่ำกว่า 155 ซม. หญิงไม่ต่ำกว่า 150 ซม.
  • ไม่อยู่ระหว่างถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าทำความผิดอาญา (ยกเว้นลหุโทษหรือความผิดโดยประมาท)
  • ประพฤติดี ไม่เสพยาเสพติด เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีผู้ปกครองดูแลรับผิดชอบ
  • ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ในสมณเพศ และไม่อยู่ระหว่างพักราชการเนื่องจากกระทำความผิด

เกณฑ์ส่วนสูงและน้ำหนักขั้นต่ำ

อายุ (ปี) ชาย ส่วนสูง (ซม.) ชาย น้ำหนัก (กก.) ชาย รอบอกหายใจเข้า (ซม.) หญิง ส่วนสูง (ซม.) หญิง น้ำหนัก (กก.)
15 155 44 75 150 43
16 156 45 76 151 44
17 157 46 77 152 45
18 158 47 78 153 46

นอกจากนี้ต้องไม่มีโรคหรือความพิการตามมาตรฐานการตรวจทางแพทย์ของกรมแพทย์ทหารอากาศ ข้อที่ควรรู้ เช่น ห้ามตาบอดสี และสายตาเมื่อแก้ไขแล้วต้องมองเห็นได้ไม่ต่ำกว่า 20/40 ในตาแต่ละข้าง

เครื่องดนตรีที่เปิดรับ

กลุ่มเครื่องดนตรี เครื่องดนตรี เพศที่รับ
เครื่องลมไม้ Flute, Oboe, Clarinet, Bassoon, Alto Saxophone, Tenor Saxophone ชายหรือหญิง
เครื่องลมทองเหลือง French Horn หรือ Mellophone, Trumpet หรือ Cornet, Trombone หรือ Bass Trombone, Euphonium หรือ Baritone, Tuba หรือ Sousaphone ชาย
เครื่องสาย Violin, Viola, Cello, Double Bass, Harp ชายหรือหญิง
เครื่องกระทบ ต้องสอบทั้ง 2 ประเภท คือ แบบมีระดับเสียง (Xylophone, Marimba, Vibraphone, Glockenspiel, Timpani) และแบบไม่มีระดับเสียง (Snare Drum, Bass Drum, Cymbal) ชาย
Rhythm Section Drum Set, Electric Guitar, Electric Bass, Keyboards หรือ Piano ชายหรือหญิง
เครื่องดนตรีไทย ระนาดทุ้ม, จะเข้ ชายหรือหญิง

ผู้สมัครทุกเครื่องดนตรีที่ร้องเพลงได้หรือเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นด้วย สามารถบันทึกเป็นคลิปวิดีโอส่งประกอบการพิจารณาได้

การสอบคัดเลือก

รอบแรก: สอบภาคปฏิบัติเครื่องดนตรี (50 คะแนน)

ผู้สมัครสอบปฏิบัติเครื่องดนตรีที่ตนถนัดอย่างน้อย 1 ชนิด โดยแยกเกณฑ์ตามประเภทเครื่องดนตรี

เครื่องดนตรีสากล คะแนน
ไล่บันไดเสียงเมเจอร์และไมเนอร์ (เครื่องหมายตั้งบันไดไม่เกิน 4 แฟลตและ 4 ชาร์ป) พร้อมกระจายคอร์ด ความเร็ว ♩ = 100 5
บทเพลงเลือก 1 เพลง (บรรเลงเดี่ยว ยาวไม่ต่ำกว่า 32 ห้อง นำเครื่องดนตรีมาเองหรือใช้ของกองดุริยางค์ได้) 15
เพลงบังคับ 1 เพลง ตามเครื่องดนตรีที่สมัคร (ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์รับสมัคร) 15
Sight Reading (อ่านโน้ตฉับพลัน) 5
ทดสอบโสตประสาท (ฟังเสียงแล้วร้องตามและปรบมือตาม) 5
ทักษะเสริมหรือความสามารถพิเศษ 5
เครื่องดนตรีไทย คะแนน
เพลงเดี่ยวตามความถนัด 1 เพลง 30
ทดสอบโสตประสาท 15
ทักษะเสริมหรือความสามารถพิเศษ 5

ในห้องสอบ ผู้สมัคร Warm-up ได้ 1 นาทีก่อนเริ่มสอบ และห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เช่น โทรศัพท์ จูนเนอร์ หรือเครื่องเล่นเพลง เข้าห้องสอบ ต้องแต่งกายชุดนักเรียนหรือชุดสุภาพ ห้ามใส่ชุดกีฬา

รอบแรก: สอบภาคข้อเขียน (30 คะแนน)

สอบ 6 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ และวิชาดนตรี ผู้ที่มาสายเกิน 20 นาทีหมดสิทธิ์เข้าสอบ และต้องอยู่ในห้องสอบอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

รอบสอง: ความถนัด พลศึกษา สัมภาษณ์ และตรวจร่างกาย

  • ทดสอบความถนัดและวิภาววิสัย ประเมินความสามารถจากประสบการณ์และทักษะเด่นของผู้สมัคร (เตรียมดินสอ 2B ยางลบ และบัตรประชาชน)
  • สอบพลศึกษา (10 คะแนน) 3 สถานี ตามตารางด้านล่าง
  • สอบสัมภาษณ์ (10 คะแนน) ประเมินบุคลิกลักษณะ ท่าทาง วาจา เชาวน์ปัญญา ไหวพริบ และความรู้ทั่วไป
  • ตรวจร่างกายทางแพทย์ โดยคณะกรรมการกรมแพทย์ทหารอากาศ ค่าตรวจคนละ 1,170 บาท ต้องงดน้ำ อาหาร และยาก่อนตรวจอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
สถานีพลศึกษา ชาย: ได้คะแนนเต็ม / ไม่ผ่าน หญิง: ได้คะแนนเต็ม / ไม่ผ่าน
ลุก-นั่ง (1 นาที) 32 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 14 ครั้ง 25 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 7 ครั้ง
ดันพื้น (1 นาที) 30 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 12 ครั้ง 23 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 5 ครั้ง
วิ่ง 1,000 เมตร 3.26 นาทีหรือน้อยกว่า / 5.25 นาทีขึ้นไป 4.11 นาทีหรือน้อยกว่า / 6.00 นาทีขึ้นไป

คะแนนพิเศษ

  • บุตรของทหาร ข้าราชการ หรือลูกจ้างสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการรบ สงคราม การปราบปรามจลาจล หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้เพิ่ม 5 ใน 100 ของคะแนนรวม
  • บุตรของผู้ที่ทุพพลภาพ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือบุตรของผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญ ได้เพิ่ม 10 ใน 100
  • ผ่านการฝึกวิชาทหาร (รด.) ได้เพิ่ม 3 ใน 100
  • ต้องยื่นหลักฐานพร้อมใบสมัคร หากยื่นภายหลังจะไม่ได้รับการพิจารณา

ไทม์ไลน์การรับสมัคร ปีการศึกษา 2569 (ใช้อ้างอิงสำหรับปีถัดไป)

  • 1–26 ธ.ค. 2568 สมัครออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงที่ rtafband.thaijobjob.com
  • 30 ธ.ค. 2568 วันสุดท้ายชำระค่าสมัครผ่านธนาคารกรุงไทย
  • 14 ม.ค. 2569 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาคปฏิบัติและภาควิชาการ
  • 19–23 ม.ค. 2569 สอบภาคปฏิบัติเครื่องดนตรี (รอบเช้า 07.00 น. / รอบบ่าย 12.00 น.)
  • 26 ม.ค. 2569 สอบภาควิชาการ เวลา 13.00–16.00 น.
  • 3–4 ก.พ. 2569 ประกาศผลสอบภาคปฏิบัติและภาควิชาการ
  • 9 ก.พ. 2569 ตรวจร่างกายที่กรมแพทย์ทหารอากาศ
  • 10 ก.พ. 2569 ทดสอบพลศึกษา (สนามกีฬากองทัพอากาศ จันทรุเบกษา) และสอบวิภาววิสัย
  • 11–13 ก.พ. 2569 สอบสัมภาษณ์
  • 20 และ 23 ก.พ. 2569 ประกาศผลรอบสุดท้าย และรายงานตัวรับทราบทางโทรศัพท์
  • 4 มี.ค. 2569 ผู้สอบได้ตัวจริงทำสัญญาที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ
  • 1 พ.ค. 2569 รายงานตัวเข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ

หากใช้รูปแบบเดิม การรับสมัครปีการศึกษา 2570 จะเปิดในเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งเหลือเวลาเตรียมตัวไม่ถึงหนึ่งเดือน

วิธีสมัครและค่าใช้จ่าย

  • สมัครออนไลน์ที่ rtafband.thaijobjob.com ได้เพียงครั้งเดียว ตรวจข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยัน เพราะแก้ไขภายหลังไม่ได้
  • พิมพ์แบบฟอร์มชำระเงินและโน้ตเพลงที่ใช้สอบปฏิบัติ
  • ชำระค่าสมัครคนละ 350 บาท ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา (ค่าสมัคร 300 บาท ค่าธรรมเนียม 30 บาท ค่า SMS 20 บาท)
  • ค่าตรวจร่างกายสำหรับผู้ผ่านเข้ารอบสอง คนละ 1,170 บาท
  • จะได้รับบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบเมื่อผ่านการคัดเลือกให้มีสิทธิ์สอบแล้วเท่านั้น และต้องนำบัตรมาทุกครั้งจนถึงวันรายงานตัว

เอกสารประกอบการสมัคร

  • ประกาศนียบัตร ใบสุทธิ หรือใบรับรองการจบ ม.3
  • รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1.5 นิ้ว (3 × 4 ซม.) ไม่สวมหมวก ถ่ายไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 3 รูป
  • ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของผู้สมัครและบิดามารดา คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาหลักฐานความสามารถทางดนตรีจากโรงเรียนหรือสถาบัน (ถ้ามี)
  • สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9) (ถ้ามี) และหลักฐานขอคะแนนเพิ่ม (ถ้ามี)

ให้นำเอกสารทั้งหมดมายื่นในวันสอบปฏิบัติเครื่องดนตรี

การทำสัญญาและข้อผูกพัน

ผู้สอบได้ต้องนำผู้ปกครอง 1 คน และผู้ค้ำประกันผู้ปกครอง 1 คน มาทำสัญญาที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ พร้อมหลักฐานฉบับจริง หากหลักฐานไม่ครบในวันทำสัญญาจะถือว่าสละสิทธิ์

  • ผู้ปกครอง ต้องเป็นบิดา มารดา หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ มีอาชีพโดยสุจริต ไม่ล้มละลาย และไม่อยู่ระหว่างเป็นจำเลยในคดีอาญา
  • ผู้ค้ำประกัน ต้องเป็นข้าราชการทหารหรือตำรวจชั้นสัญญาบัตรประจำการ หรือข้าราชการพลเรือนระดับ 3 ขึ้นไปที่ยังรับราชการอยู่ อายุไม่เกิน 50 ปี (ค้ำประกันได้ไม่เกิน 2 คน)
  • ผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันเป็นคนเดียวกันไม่ได้ และสามีภรรยาถือเป็นบุคคลเดียวกัน หากมีคู่สมรส คู่สมรสต้องมาลงนามหรือทำหนังสือยินยอม

ข้อควรระวัง

  • ข้อผูกพันรับราชการ 2 เท่าของปีที่เรียน: ผู้จบหลักสูตรต้องรับราชการในกองทัพอากาศต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เท่าของจำนวนปีที่ศึกษา (รวมปีที่เรียนซ้ำชั้น) เรียน 3 ปีจึงต้องรับราชการอย่างน้อย 6 ปี
  • ค่าชดใช้ปีละ 60,000 บาท: หากรับราชการไม่ครบกำหนด ต้องชดใช้เงินปีละ 60,000 บาท (เศษของปีคิดตามส่วน) และหากพ้นสภาพนักเรียนระหว่างศึกษาไม่ว่ากรณีใด ผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันต้องร่วมกันชดใช้ปีละ 60,000 บาทเช่นกัน
  • ที่นั่งมีจำกัดมาก: รอบล่าสุดรับเพียง 12 คน และคะแนนปฏิบัติเครื่องดนตรีมีน้ำหนักมากที่สุด
  • ผู้สมัครหญิงตรวจสอบเครื่องดนตรีก่อนสมัคร: เครื่องลมทองเหลืองและเครื่องกระทบรับเฉพาะชาย
  • หาผู้ค้ำประกันไว้ล่วงหน้า เพราะต้องเป็นข้าราชการตามระดับที่กำหนดและอายุไม่เกิน 50 ปี
  • อย่าพลาดการรายงานตัวทางโทรศัพท์ หลังประกาศผลรอบสุดท้าย หากพ้นกำหนดถือว่าสละสิทธิ์

เทียบ 3 โรงเรียนดุริยางค์ทหาร

โรงเรียน เพศ (รอบล่าสุด) ยศเมื่อจบ ช่วงรับสมัคร
ดุริยางค์ทหารเรือ ชายและหญิง จ่าตรี พ.ย.
ดุริยางค์ทหารอากาศ ชายและหญิง (ตามเครื่องดนตรี) จ่าอากาศตรี ธ.ค.
ดุริยางค์ทหารบก ชาย สิบตรี ธ.ค. – ก.พ.

ช่วงรับสมัครของทั้ง 3 เหล่าทัพไม่ทับซ้อนกันทั้งหมด ผู้ที่มีฝีมือดนตรีจึงสมัครควบคู่กันได้หลายแห่งเพื่อเพิ่มโอกาส

ช่องทางติดต่อ

  • ที่ตั้ง: โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ ถนนเดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
  • โทรศัพท์ (ในวันและเวลาราชการ): 0 2534 8870 และ 0 2534 8871
  • เว็บไซต์: www.rtafband.com และ rtafband.thaijobjob.com
  • Facebook: โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ

โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศจึงเหมาะกับน้อง ๆ ที่มีฝีมือดนตรีโดดเด่น ทั้งสายคลาสสิก ดนตรีสมัยใหม่ และดนตรีไทย และพร้อมรับราชการในกองทัพอากาศอย่างน้อย 6 ปีหลังเรียนจบ ผู้สนใจควรเริ่มซ้อมเพลงบังคับ ฝึกสมรรถภาพร่างกาย และเตรียมผู้ค้ำประกันตั้งแต่ตอนนี้

ที่มา: ประกาศคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ และระเบียบการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ ประจำปีการศึกษา 2569 | rtafband.thaijobjob.com

Author

ผู้ดูแลระบบ

Follow Me
Other Articles
Previous

มทร.ธัญบุรี ลุยรับสมัคร TCAS 70 รอบ 1-2 พอร์ตโฟลิโอ ชวนเด็ก ม.6-กศน. ทั่วประเทศคว้าโอกาส

Copyright 2026 — edu news 4 U. All rights reserved. Blogsy WordPress Theme