เจาะลึก “โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ” จบ ม.3 เล่นดนตรีเก่ง รับทั้งชายและหญิง ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท จบ ปวช. บรรจุยศ “จ่าอากาศตรี”
อีกหนึ่งเส้นทางสำหรับน้อง ๆ ม.3 ที่มีฝีมือดนตรี คือ “โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ” (Royal Thai Air Force School of Music) สังกัดกองดุริยางค์ทหารอากาศ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ระหว่างเรียนนักเรียนได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท เงินเดือน และอาหารวันละ 3 มื้อ เมื่อจบหลักสูตร 3 ปีได้วุฒิเทียบเท่า ปวช. สาขาวิชาการดนตรี พร้อมบรรจุเข้ารับราชการยศจ่าอากาศตรี
จุดเด่นของโรงเรียนนี้คือเปิดรับผู้สมัครหญิงในเครื่องดนตรีหลายชนิด และรับทั้งเครื่องดนตรีสากล ดนตรีสมัยใหม่อย่างกลองชุดและกีตาร์ไฟฟ้า ไปจนถึงดนตรีไทย ปีที่ผ่านมาเปิดรับสมัครช่วงวันที่ 1–26 ธันวาคม บทความนี้สรุปข้อมูลทั้งหมดจากระเบียบการรับสมัครฉบับทางการ ประจำปีการศึกษา 2569
สรุปสาระสำคัญ
- ปีการศึกษา 2569 รับ 12 คน
- รับผู้จบ ม.3 อายุ 15–18 ปี เกรดเฉลี่ยภาควิชาการ 2.00 ขึ้นไป
- รับทั้งชายและหญิง ขึ้นอยู่กับชนิดเครื่องดนตรี ส่วนสูงขั้นต่ำ ชาย 155 ซม. หญิง 150 ซม.
- หลักสูตร 3 ปี ได้วุฒิเทียบเท่า ปวช. สาขาวิชาการดนตรี และมีสิทธิ์เรียนต่อปริญญาตรี
- ระหว่างเรียนได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท เงินเดือน อาหาร 3 มื้อ และเงินออมคืนเมื่อจบ
- จบแล้วบรรจุรับราชการยศจ่าอากาศตรี
- รอบที่ผ่านมาเปิดรับ 1–26 ธ.ค. 2568 ทาง rtafband.thaijobjob.com ค่าสมัคร 350 บาท
หลักสูตรการศึกษา
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของโรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศใช้เวลาศึกษา 3 ปี เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติใน 3 กลุ่มวิชา
- วิชาดุริยางคศาสตร์
- วิชาสามัญ
- วิชาทหาร
ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรจากโรงเรียน ซึ่งเทียบความรู้ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประเภทวิชาศิลปกรรม สาขาวิชาการดนตรี และมีศักดิ์และสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
สิทธิประโยชน์และการบรรจุ
ระหว่างเรียน
- ได้รับสิ่งของจากทางราชการตามอัตราที่กำหนด
- ได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 96 บาท (เบี้ยเลี้ยงสนามวันละ 120 บาท)
- ได้รับเงินเดือนตามอัตราที่ทางราชการกำหนด
- โรงเรียนจัดอาหารให้ทุกวัน วันละ 3 มื้อ โดยใช้เบี้ยเลี้ยงบางส่วนเป็นค่าอาหาร
- เบี้ยเลี้ยงส่วนที่เหลือฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ให้นักเรียน และคืนให้เมื่อสำเร็จการศึกษา เพื่อใช้ระหว่างรอคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการ
เมื่อสำเร็จการศึกษา
- ได้รับวุฒิเทียบเท่า ปวช. สาขาวิชาการดนตรี
- บรรจุเข้ารับราชการยศจ่าอากาศตรี พร้อมอัตราเงินเดือนและสิทธิอื่น ๆ ตามที่ทางราชการกำหนด
- มีสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี
คุณสมบัติผู้สมัคร
- จบมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า มีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรภาควิชาการไม่ต่ำกว่า 2.00
- มีพื้นฐานทฤษฎีดนตรีเบื้องต้นและปฏิบัติเครื่องดนตรีได้เป็นอย่างดี โดยต้องผ่านการพิจารณาและรับรองจากคณะอนุกรรมการคัดเลือก
- อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 18 ปี นับตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร คือ พ.ศ. ปัจจุบันลบด้วยปีที่เกิด (ปีการศึกษา 2569 รับผู้เกิดระหว่าง พ.ศ. 2551–2554 เท่านั้น)
- เป็นโสด และไม่เคยมีภรรยาหรือสามี ไม่ว่าจะถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
- มีสัญชาติไทย และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด (หากบิดาเป็นนายทหารหรือนายตำรวจสัญญาบัตรหรือชั้นประทวนที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มารดาไม่จำเป็นต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ต้องเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทยแล้ว ณ วันสมัคร)
- มีร่างกายเหมาะแก่การเป็นทหาร สุขภาพสมบูรณ์ทั้งจิตใจและร่างกาย ส่วนสูงชายไม่ต่ำกว่า 155 ซม. หญิงไม่ต่ำกว่า 150 ซม.
- ไม่อยู่ระหว่างถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญา และไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าทำความผิดอาญา (ยกเว้นลหุโทษหรือความผิดโดยประมาท)
- ประพฤติดี ไม่เสพยาเสพติด เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีผู้ปกครองดูแลรับผิดชอบ
- ไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่อยู่ในสมณเพศ และไม่อยู่ระหว่างพักราชการเนื่องจากกระทำความผิด
เกณฑ์ส่วนสูงและน้ำหนักขั้นต่ำ
| อายุ (ปี) | ชาย ส่วนสูง (ซม.) | ชาย น้ำหนัก (กก.) | ชาย รอบอกหายใจเข้า (ซม.) | หญิง ส่วนสูง (ซม.) | หญิง น้ำหนัก (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|
| 15 | 155 | 44 | 75 | 150 | 43 |
| 16 | 156 | 45 | 76 | 151 | 44 |
| 17 | 157 | 46 | 77 | 152 | 45 |
| 18 | 158 | 47 | 78 | 153 | 46 |
นอกจากนี้ต้องไม่มีโรคหรือความพิการตามมาตรฐานการตรวจทางแพทย์ของกรมแพทย์ทหารอากาศ ข้อที่ควรรู้ เช่น ห้ามตาบอดสี และสายตาเมื่อแก้ไขแล้วต้องมองเห็นได้ไม่ต่ำกว่า 20/40 ในตาแต่ละข้าง
เครื่องดนตรีที่เปิดรับ
| กลุ่มเครื่องดนตรี | เครื่องดนตรี | เพศที่รับ |
|---|---|---|
| เครื่องลมไม้ | Flute, Oboe, Clarinet, Bassoon, Alto Saxophone, Tenor Saxophone | ชายหรือหญิง |
| เครื่องลมทองเหลือง | French Horn หรือ Mellophone, Trumpet หรือ Cornet, Trombone หรือ Bass Trombone, Euphonium หรือ Baritone, Tuba หรือ Sousaphone | ชาย |
| เครื่องสาย | Violin, Viola, Cello, Double Bass, Harp | ชายหรือหญิง |
| เครื่องกระทบ | ต้องสอบทั้ง 2 ประเภท คือ แบบมีระดับเสียง (Xylophone, Marimba, Vibraphone, Glockenspiel, Timpani) และแบบไม่มีระดับเสียง (Snare Drum, Bass Drum, Cymbal) | ชาย |
| Rhythm Section | Drum Set, Electric Guitar, Electric Bass, Keyboards หรือ Piano | ชายหรือหญิง |
| เครื่องดนตรีไทย | ระนาดทุ้ม, จะเข้ | ชายหรือหญิง |
ผู้สมัครทุกเครื่องดนตรีที่ร้องเพลงได้หรือเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นด้วย สามารถบันทึกเป็นคลิปวิดีโอส่งประกอบการพิจารณาได้
การสอบคัดเลือก
รอบแรก: สอบภาคปฏิบัติเครื่องดนตรี (50 คะแนน)
ผู้สมัครสอบปฏิบัติเครื่องดนตรีที่ตนถนัดอย่างน้อย 1 ชนิด โดยแยกเกณฑ์ตามประเภทเครื่องดนตรี
| เครื่องดนตรีสากล | คะแนน |
|---|---|
| ไล่บันไดเสียงเมเจอร์และไมเนอร์ (เครื่องหมายตั้งบันไดไม่เกิน 4 แฟลตและ 4 ชาร์ป) พร้อมกระจายคอร์ด ความเร็ว ♩ = 100 | 5 |
| บทเพลงเลือก 1 เพลง (บรรเลงเดี่ยว ยาวไม่ต่ำกว่า 32 ห้อง นำเครื่องดนตรีมาเองหรือใช้ของกองดุริยางค์ได้) | 15 |
| เพลงบังคับ 1 เพลง ตามเครื่องดนตรีที่สมัคร (ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์รับสมัคร) | 15 |
| Sight Reading (อ่านโน้ตฉับพลัน) | 5 |
| ทดสอบโสตประสาท (ฟังเสียงแล้วร้องตามและปรบมือตาม) | 5 |
| ทักษะเสริมหรือความสามารถพิเศษ | 5 |
| เครื่องดนตรีไทย | คะแนน |
|---|---|
| เพลงเดี่ยวตามความถนัด 1 เพลง | 30 |
| ทดสอบโสตประสาท | 15 |
| ทักษะเสริมหรือความสามารถพิเศษ | 5 |
ในห้องสอบ ผู้สมัคร Warm-up ได้ 1 นาทีก่อนเริ่มสอบ และห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด เช่น โทรศัพท์ จูนเนอร์ หรือเครื่องเล่นเพลง เข้าห้องสอบ ต้องแต่งกายชุดนักเรียนหรือชุดสุภาพ ห้ามใส่ชุดกีฬา
รอบแรก: สอบภาคข้อเขียน (30 คะแนน)
สอบ 6 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ และวิชาดนตรี ผู้ที่มาสายเกิน 20 นาทีหมดสิทธิ์เข้าสอบ และต้องอยู่ในห้องสอบอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
รอบสอง: ความถนัด พลศึกษา สัมภาษณ์ และตรวจร่างกาย
- ทดสอบความถนัดและวิภาววิสัย ประเมินความสามารถจากประสบการณ์และทักษะเด่นของผู้สมัคร (เตรียมดินสอ 2B ยางลบ และบัตรประชาชน)
- สอบพลศึกษา (10 คะแนน) 3 สถานี ตามตารางด้านล่าง
- สอบสัมภาษณ์ (10 คะแนน) ประเมินบุคลิกลักษณะ ท่าทาง วาจา เชาวน์ปัญญา ไหวพริบ และความรู้ทั่วไป
- ตรวจร่างกายทางแพทย์ โดยคณะกรรมการกรมแพทย์ทหารอากาศ ค่าตรวจคนละ 1,170 บาท ต้องงดน้ำ อาหาร และยาก่อนตรวจอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
| สถานีพลศึกษา | ชาย: ได้คะแนนเต็ม / ไม่ผ่าน | หญิง: ได้คะแนนเต็ม / ไม่ผ่าน |
|---|---|---|
| ลุก-นั่ง (1 นาที) | 32 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 14 ครั้ง | 25 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 7 ครั้ง |
| ดันพื้น (1 นาที) | 30 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 12 ครั้ง | 23 ครั้งขึ้นไป / น้อยกว่า 5 ครั้ง |
| วิ่ง 1,000 เมตร | 3.26 นาทีหรือน้อยกว่า / 5.25 นาทีขึ้นไป | 4.11 นาทีหรือน้อยกว่า / 6.00 นาทีขึ้นไป |
คะแนนพิเศษ
- บุตรของทหาร ข้าราชการ หรือลูกจ้างสังกัดกระทรวงกลาโหม ที่ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการรบ สงคราม การปราบปรามจลาจล หรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้เพิ่ม 5 ใน 100 ของคะแนนรวม
- บุตรของผู้ที่ทุพพลภาพ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือบุตรของผู้ได้รับเหรียญกล้าหาญ ได้เพิ่ม 10 ใน 100
- ผ่านการฝึกวิชาทหาร (รด.) ได้เพิ่ม 3 ใน 100
- ต้องยื่นหลักฐานพร้อมใบสมัคร หากยื่นภายหลังจะไม่ได้รับการพิจารณา
ไทม์ไลน์การรับสมัคร ปีการศึกษา 2569 (ใช้อ้างอิงสำหรับปีถัดไป)
- 1–26 ธ.ค. 2568 สมัครออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงที่ rtafband.thaijobjob.com
- 30 ธ.ค. 2568 วันสุดท้ายชำระค่าสมัครผ่านธนาคารกรุงไทย
- 14 ม.ค. 2569 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาคปฏิบัติและภาควิชาการ
- 19–23 ม.ค. 2569 สอบภาคปฏิบัติเครื่องดนตรี (รอบเช้า 07.00 น. / รอบบ่าย 12.00 น.)
- 26 ม.ค. 2569 สอบภาควิชาการ เวลา 13.00–16.00 น.
- 3–4 ก.พ. 2569 ประกาศผลสอบภาคปฏิบัติและภาควิชาการ
- 9 ก.พ. 2569 ตรวจร่างกายที่กรมแพทย์ทหารอากาศ
- 10 ก.พ. 2569 ทดสอบพลศึกษา (สนามกีฬากองทัพอากาศ จันทรุเบกษา) และสอบวิภาววิสัย
- 11–13 ก.พ. 2569 สอบสัมภาษณ์
- 20 และ 23 ก.พ. 2569 ประกาศผลรอบสุดท้าย และรายงานตัวรับทราบทางโทรศัพท์
- 4 มี.ค. 2569 ผู้สอบได้ตัวจริงทำสัญญาที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ
- 1 พ.ค. 2569 รายงานตัวเข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ
หากใช้รูปแบบเดิม การรับสมัครปีการศึกษา 2570 จะเปิดในเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งเหลือเวลาเตรียมตัวไม่ถึงหนึ่งเดือน
วิธีสมัครและค่าใช้จ่าย
- สมัครออนไลน์ที่ rtafband.thaijobjob.com ได้เพียงครั้งเดียว ตรวจข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยัน เพราะแก้ไขภายหลังไม่ได้
- พิมพ์แบบฟอร์มชำระเงินและโน้ตเพลงที่ใช้สอบปฏิบัติ
- ชำระค่าสมัครคนละ 350 บาท ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา (ค่าสมัคร 300 บาท ค่าธรรมเนียม 30 บาท ค่า SMS 20 บาท)
- ค่าตรวจร่างกายสำหรับผู้ผ่านเข้ารอบสอง คนละ 1,170 บาท
- จะได้รับบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบเมื่อผ่านการคัดเลือกให้มีสิทธิ์สอบแล้วเท่านั้น และต้องนำบัตรมาทุกครั้งจนถึงวันรายงานตัว
เอกสารประกอบการสมัคร
- ประกาศนียบัตร ใบสุทธิ หรือใบรับรองการจบ ม.3
- รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1.5 นิ้ว (3 × 4 ซม.) ไม่สวมหมวก ถ่ายไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 3 รูป
- ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของผู้สมัครและบิดามารดา คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาหลักฐานความสามารถทางดนตรีจากโรงเรียนหรือสถาบัน (ถ้ามี)
- สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.9) (ถ้ามี) และหลักฐานขอคะแนนเพิ่ม (ถ้ามี)
ให้นำเอกสารทั้งหมดมายื่นในวันสอบปฏิบัติเครื่องดนตรี
การทำสัญญาและข้อผูกพัน
ผู้สอบได้ต้องนำผู้ปกครอง 1 คน และผู้ค้ำประกันผู้ปกครอง 1 คน มาทำสัญญาที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ พร้อมหลักฐานฉบับจริง หากหลักฐานไม่ครบในวันทำสัญญาจะถือว่าสละสิทธิ์
- ผู้ปกครอง ต้องเป็นบิดา มารดา หรือผู้ได้รับมอบอำนาจ มีอาชีพโดยสุจริต ไม่ล้มละลาย และไม่อยู่ระหว่างเป็นจำเลยในคดีอาญา
- ผู้ค้ำประกัน ต้องเป็นข้าราชการทหารหรือตำรวจชั้นสัญญาบัตรประจำการ หรือข้าราชการพลเรือนระดับ 3 ขึ้นไปที่ยังรับราชการอยู่ อายุไม่เกิน 50 ปี (ค้ำประกันได้ไม่เกิน 2 คน)
- ผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันเป็นคนเดียวกันไม่ได้ และสามีภรรยาถือเป็นบุคคลเดียวกัน หากมีคู่สมรส คู่สมรสต้องมาลงนามหรือทำหนังสือยินยอม
ข้อควรระวัง
- ข้อผูกพันรับราชการ 2 เท่าของปีที่เรียน: ผู้จบหลักสูตรต้องรับราชการในกองทัพอากาศต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เท่าของจำนวนปีที่ศึกษา (รวมปีที่เรียนซ้ำชั้น) เรียน 3 ปีจึงต้องรับราชการอย่างน้อย 6 ปี
- ค่าชดใช้ปีละ 60,000 บาท: หากรับราชการไม่ครบกำหนด ต้องชดใช้เงินปีละ 60,000 บาท (เศษของปีคิดตามส่วน) และหากพ้นสภาพนักเรียนระหว่างศึกษาไม่ว่ากรณีใด ผู้ปกครองและผู้ค้ำประกันต้องร่วมกันชดใช้ปีละ 60,000 บาทเช่นกัน
- ที่นั่งมีจำกัดมาก: รอบล่าสุดรับเพียง 12 คน และคะแนนปฏิบัติเครื่องดนตรีมีน้ำหนักมากที่สุด
- ผู้สมัครหญิงตรวจสอบเครื่องดนตรีก่อนสมัคร: เครื่องลมทองเหลืองและเครื่องกระทบรับเฉพาะชาย
- หาผู้ค้ำประกันไว้ล่วงหน้า เพราะต้องเป็นข้าราชการตามระดับที่กำหนดและอายุไม่เกิน 50 ปี
- อย่าพลาดการรายงานตัวทางโทรศัพท์ หลังประกาศผลรอบสุดท้าย หากพ้นกำหนดถือว่าสละสิทธิ์
เทียบ 3 โรงเรียนดุริยางค์ทหาร
| โรงเรียน | เพศ (รอบล่าสุด) | ยศเมื่อจบ | ช่วงรับสมัคร |
|---|---|---|---|
| ดุริยางค์ทหารเรือ | ชายและหญิง | จ่าตรี | พ.ย. |
| ดุริยางค์ทหารอากาศ | ชายและหญิง (ตามเครื่องดนตรี) | จ่าอากาศตรี | ธ.ค. |
| ดุริยางค์ทหารบก | ชาย | สิบตรี | ธ.ค. – ก.พ. |
ช่วงรับสมัครของทั้ง 3 เหล่าทัพไม่ทับซ้อนกันทั้งหมด ผู้ที่มีฝีมือดนตรีจึงสมัครควบคู่กันได้หลายแห่งเพื่อเพิ่มโอกาส
ช่องทางติดต่อ
- ที่ตั้ง: โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ ถนนเดชะตุงคะ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
- โทรศัพท์ (ในวันและเวลาราชการ): 0 2534 8870 และ 0 2534 8871
- เว็บไซต์: www.rtafband.com และ rtafband.thaijobjob.com
- Facebook: โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ
โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศจึงเหมาะกับน้อง ๆ ที่มีฝีมือดนตรีโดดเด่น ทั้งสายคลาสสิก ดนตรีสมัยใหม่ และดนตรีไทย และพร้อมรับราชการในกองทัพอากาศอย่างน้อย 6 ปีหลังเรียนจบ ผู้สนใจควรเริ่มซ้อมเพลงบังคับ ฝึกสมรรถภาพร่างกาย และเตรียมผู้ค้ำประกันตั้งแต่ตอนนี้
ที่มา: ประกาศคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ และระเบียบการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ ประจำปีการศึกษา 2569 | rtafband.thaijobjob.com
