“ทุนเสมอภาค” กสศ. ดันเด็กไทยอยู่ในระบบการศึกษาถึง 98.27% พร้อมอัตราใหม่-เช็กคุณสมบัติเตรียมขอทุนปีหน้า
ไม่ให้เด็กคนไหนหลุดจากระบบการศึกษา เพราะ “ความยากจน” — เจาะลึกผลลัพธ์จริง วิธีคัดกรองรับทุน อัตราเงินอุดหนุนใหม่ปี 2569 และเช็กด่วนว่าใครมีสิทธิ์ขอทุนปีหน้า

สรุปประเด็นสำคัญ
“ทุนเสมอภาค” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ช่วยให้นักเรียนยากจนพิเศษมีอัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาสูงถึง ร้อยละ 98.27 โดยปีการศึกษา 2569 ปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนใหม่แบบขั้นบันไดตามระดับชั้น พร้อมวางปฏิทินและเกณฑ์คัดกรองที่ผู้ปกครองและโรงเรียนต้องเช็กให้ทันก่อนหมดสิทธิ์
1. ทุนเสมอภาคช่วยอะไรได้จริง
ก่อนจะไปถึงวิธีขอทุน มาดูกันก่อนว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “ทุนเสมอภาค” สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้เด็กไทยได้บ้าง จากข้อมูลผลการดำเนินงานของ กสศ. พบว่า
- นักเรียนที่ได้รับทุนมี อัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาสูงถึงร้อยละ 98.27 สะท้อนว่าเงินอุดหนุนช่วยป้องกันเด็กหลุดจากระบบได้จริง
- กลุ่มเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบ มี จำนวนวันมาเรียนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7–12 วันต่อภาคเรียน หลังได้รับเงินอุดหนุนต่อเนื่อง
- นักเรียนยากจนพิเศษที่จบชั้น ม.3 ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 167,989 คน มีผู้เข้าสู่มหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS ได้ถึง 21,079 คน หรือร้อยละ 12.5
- ปีนี้เป็นปีแรกที่ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นำฐานข้อมูลของ กสศ. มาจัดลำดับผู้กู้รายใหม่ โดยนักเรียนที่เคยรับทุนเสมอภาคจะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับต้น เปิดทางให้เรียนต่อในระดับสูงกว่าภาคบังคับได้มากขึ้น
ตัวเลขร้อยละ 12.5 ของเด็กที่ไปต่อถึงมหาวิทยาลัยแม้จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2.5 เท่า แต่ก็สะท้อนชัดว่าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างโอกาสได้จริง นี่คือเหตุผลที่ กสศ. ย้ำว่าทุนเสมอภาคไม่ใช่แค่เงินช่วยเหลือรายครั้ง แต่ต้อง “ต่อเนื่อง” — ซึ่งหมายความว่าการเช็กคุณสมบัติและเตรียมเอกสารให้ทันทุกปีการศึกษาคือกุญแจสำคัญที่ทำให้เด็กไม่หลุดจากสิทธิ์นี้ไปกลางทาง
2. ทำอย่างไรถึงได้ทุน
กสศ. ใช้วิธีคัดกรองด้วยการวัดรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Test: PMT) ซึ่งพิจารณาจากข้อมูล 2 ประเภทหลัก คือ (1) รายได้เฉลี่ยของสมาชิกครัวเรือน ต้องไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน และ (2) ข้อมูลสถานะครัวเรือน 8 ด้าน ดังภาพต่อไปนี้

ภาพประกอบ: เกณฑ์ประเมินข้อมูลสถานะครัวเรือน 8 ด้าน (ที่มา: กสศ.)
ทั้ง 8 ด้านครอบคลุมตั้งแต่ภาระพึ่งพิงในครัวเรือน (เช่น มีคนพิการ/ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว) ความมั่นคงและสภาพที่อยู่อาศัย ที่ดินทำการเกษตร แหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ แหล่งไฟฟ้า ยานพาหนะ ไปจนถึงของใช้ในครัวเรือน ข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลร่วมกันเพื่อหาคะแนนความยากจนของนักเรียนแต่ละคน พร้อมยืนยันตัวตนด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ทั้งพิกัดบ้านและภาพถ่ายสภาพบ้านจริง
กรณีพิเศษ — นักเรียนที่พักอยู่ในครัวเรือนสถาบัน (เช่น นักเรียนอาศัยในองค์กรศาสนา สถานสงเคราะห์ หรือมูลนิธิ ทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน) จะใช้เกณฑ์คัดกรองอีกรูปแบบหนึ่ง โดยพิจารณาจากข้อมูลของสถาบัน เช่น ประเภทสถาบัน รูปแบบการอยู่อาศัยของนักเรียน รายจ่ายในการดูแลนักเรียน รายรับจากการสนับสนุน/บริจาค และความสามารถในการปฏิบัติตามเงื่อนไขเงินอุดหนุนของครัวเรือนสถาบัน

ภาพประกอบ: เกณฑ์คัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มครัวเรือนสถาบัน (ที่มา: กสศ., อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2569)
เมื่อผ่านการคัดกรองแล้ว กระบวนการทำงานของสถานศึกษาแบ่งเป็น 6 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

ภาพประกอบ: 6 ขั้นตอนการดำเนินงานทุนเสมอภาคของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2569 (ที่มา: กสศ.)
- ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน บันทึกข้อมูลคัดกรอง นร./กสศ.01 ในระบบ (คัดกรอง 1 ครั้ง/ปี ในภาคเรียนที่ 1 พร้อมยืนยันตัวตน 2 ชั้นด้วย 2FA เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล — ฟีเจอร์ใหม่ปีนี้)
- กสศ. ตรวจสอบข้อมูล ตามหลักเกณฑ์ ทั้งบัญชีธนาคารของสถานศึกษาและข้อมูลทะเบียนราษฎร์/เลขประจำตัวประชาชน
- ประกาศรายชื่อนักเรียนยากจนพิเศษ และตรวจสอบสถานะการโอนเงิน โดยส่งข้อมูลให้ สพฐ. อปท. สช. กทม. และ บช.ตชด. เพื่อจัดสรรเงิน
- จัดสรรเงินอุดหนุน พร้อมรายงานการจัดสรรและแนบเอกสารลงนามรับเงินของผู้ปกครอง (ใหม่: ใช้แบบหลักฐานการรับเงินแทนภาพถ่าย และโอนเงินคืนในรูปแบบ Bill Payment)
- สถานศึกษาบันทึก 2 เงื่อนไข คือ การมาเรียน (บันทึกรายเดือน) และน้ำหนัก-ส่วนสูง (บันทึกปีละ 1 ครั้งในภาคเรียนที่ 2) โดยเชื่อมข้อมูลผ่านระบบ Q-info
- หน่วยกำกับติดตามการดำเนินงาน ผ่านระบบ CCT Monitor (ใหม่: สุ่มติดตามสถานศึกษาที่มีสัดส่วนนักเรียนยากจนเข้มข้นสูงเป็นรายปีการศึกษา)
อัตราทุนเสมอภาคใหม่ ปีการศึกษา 2569
คณะรัฐมนตรีมีมติปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคแบบขั้นบันได จากเดิม 3,000 บาท เป็นสูงสุด 4,200 บาทต่อคนต่อปี โดยแยกตามระดับชั้นดังนี้

ภาพประกอบ: อัตราทุนเสมอภาคใหม่ ปีการศึกษา 2569 (ที่มา: กสศ.)

2 เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรักษาไว้หลังได้รับทุน
• อัตราการมาเรียน: ต้องสูงกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด
• น้ำหนัก-ส่วนสูง: ต้องมีพัฒนาการสมวัยตามเกณฑ์มาตรฐาน สะท้อนภาวะโภชนาการที่ดี
3. เช็กคุณสมบัติด่วน เตรียมพร้อมขอทุนปีต่อไป
ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถ “คัดกรองเข้ามาใหม่” ได้ในทุกกรณี กสศ. แบ่งกลุ่มนักเรียนที่สามารถคัดกรองได้ไว้ 4 กลุ่ม ดังนี้

ภาพประกอบ: นักเรียนคนใดบ้างที่สามารถคัดกรองได้ (ที่มา: กสศ.)
- กลุ่มที่ 1: นักเรียนที่มีสถานะยากจน ศึกษาอยู่ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 หากผ่านการคัดกรองจะได้รับทุนต่อเนื่องยาวนาน 3 ปี
- กลุ่มที่ 2: นักเรียนที่เคยเข้ารับการคัดกรองแล้วแต่ “ไม่ผ่าน” ในปีการศึกษาที่ผ่านมา — ครูสามารถคัดกรองนักเรียนคนดังกล่าวเข้ามาใหม่ได้
- กลุ่มที่ 3: นักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาคต่อเนื่องครบวาระ 3 ปีแล้ว (ผ่านการคัดกรองครั้งแรกในปีการศึกษา 2564) คุณครูต้องดำเนินการคัดกรองนักเรียนกลุ่มนี้ใหม่อีกครั้ง หากยังเข้าเกณฑ์ยากจน
- กลุ่มที่ 4: นักเรียนที่ย้ายโรงเรียน จะไม่ได้รับทุนเสมอภาคต่อเนื่องจากโรงเรียนเดิมโดยอัตโนมัติ — คุณครูโรงเรียนปลายทางต้องคัดกรองนักเรียนคนดังกล่าวใหม่ทั้งหมด
หากอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งข้างต้น ให้รีบแจ้งครูประจำชั้นหรือฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันช่วงเปิดระบบคัดกรอง และไม่พลาดสิทธิ์รับเงินอุดหนุนในปีการศึกษาถัดไป จากนั้นให้ติดตามปฏิทินการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ดังนี้
ปฏิทินสำคัญที่ต้องจำ (อ้างอิงปีการศึกษา 2569 ซึ่งในปีต่อไปอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงใช้เป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมส่วนตัวเท่านั้น)
7 พ.ค. – 25 มิ.ย. 2569: ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักเรียนกลุ่มต่อเนื่อง ปรับปรุงข้อมูลผู้ปกครอง เปิดบัญชีพร้อมเพย์ และแก้ไขช่องทางรับเงินอุดหนุน
ภายใน 10 มิ.ย. 2569: โรงเรียนต้องกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนนักเรียนให้เสร็จ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์รับทุนจากกรณีข้อมูลตกหล่น
7–24 ก.ค. 2569: เปิดระบบบันทึกข้อมูลนักเรียนยากจนกลุ่มใหม่ (นร./กสศ.01)
16–21 ก.ค. 2569: จัดสรรเงินอุดหนุน รอบที่ 1 สำหรับนักเรียนกลุ่มต่อเนื่อง
31 ส.ค. – 3 ก.ย. 2569: จัดสรรเงินอุดหนุน รอบที่ 2 สำหรับนักเรียนกลุ่มใหม่ และกลุ่มที่มีการแก้ไขข้อมูล
ปีนี้ กสศ. ยังปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สะดวกขึ้น หลังรับฟังเสียงสะท้อนจากครูทั่วประเทศกว่า 12,000 คน โดยเพิ่มมาตรการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) เพื่อปกป้องข้อมูลครูและเด็ก ลดขั้นตอนการถ่ายภาพยืนยันการรับเงินเพื่อลดภาระงานครู และเพิ่มสัดส่วนการโอนเงินตรงถึงนักเรียนผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น
ผู้ปกครองที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดสรรทุน สามารถติดต่อ กสศ. โดยตรง หรือแจ้งเบาะแสความไม่โปร่งใสผ่านเว็บไซต์ www.eef.or.th/contact/complaints/ หรือโทร. 0-2079-5475 กด 1
ช่องทางตรวจสอบสิทธิ์และแจ้งข้อมูล
- สถานศึกษาสังกัด สพฐ.: cct.eef.or.th หรือแอปพลิเคชัน “ปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน”
- สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.): dla.thaieduforall.org หรือแอปพลิเคชัน “คัดกรองทุนเสมอภาค”
- สถานศึกษาสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.): bpp.thaieduforall.org หรือแอปพลิเคชัน “คัดกรองทุนเสมอภาค”
- ค้นหาแหล่งทุนการศึกษาต่อ: โครงการ “ส่องทางทุน” findstudentship.eef.or.th รวมกว่า 156 แหล่งทุน 451 ประเภททุน
เว็บไซต์ cct.eef.or.th
ที่มา: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (eef.or.th) และประชาชาติธุรกิจ
