Skip to content
-
Subscribe to our newsletter & never miss our best posts. Subscribe Now!
  • https://www.facebook.com/
  • https://twitter.com/
  • https://t.me/
  • https://www.instagram.com/
  • https://youtube.com/
edu news 4 U

Best Education news and scholarship for you

edu news 4 U

Best Education news and scholarship for you

  • Home
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Buy Adspace
  • CoverNews
  • Hide Ads for Premium Members
  • Home
  • Home
  • Home
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Buy Adspace
  • CoverNews
  • Hide Ads for Premium Members
  • Home
  • Home
Subscribe
Close

Search

ในยุคที่ธุรกิจยุคใหม่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลกำไร แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม “บ้านรักษ์ดิน” วิสาหกิจเพื่อสังคม ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาผสานกับการบริหารจัดการธุรกิจ ผ่านโครงการ “กระเทียมน้ำแร่แม่ฮ่องสอน GI” ที่เปลี่ยนพืชผลเกษตรตกต่ำให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนโครงการนี้คือ “ปัทมาภรณ์ ธาราสุนทร” กรรมการบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม บ้านรักษ์ดิน จำกัด ผู้รับผิดชอบโครงการ “กระเทียมน้ำแร่แม่ฮ่องสอน GI” ศิษย์เก่าวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก และวิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้มองเห็นโอกาสจากพืชพื้นถิ่น และนำความรู้จากทั้งศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและการเป็นผู้ประกอบการ มาต่อยอดให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและคนในชุมชน

จุดเริ่มต้นของ “กระเทียมน้ำแร่แม่ฮ่องสอน”

ปัทมาภรณ์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นเกิดจากการเข้าไปเห็นปัญหาของเกษตรกรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพี่น้องชนเผ่าที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับการปลูกกระเทียมเป็นอาชีพหลัก แต่สามารถสร้างรายได้จากผลผลิตได้เพียงปีละครั้ง ขณะที่ราคากระเทียมในช่วงหนึ่งตกต่ำอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัว เมื่อเข้าไปศึกษาพื้นที่อย่างจริงจัง กลับพบว่ากระเทียมแม่ฮ่องสอนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งหัวสีม่วงสวยงาม และพื้นที่ปลูกยังมีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติอยู่จำนวนมาก เกษตรกรจึงนำน้ำแร่เหล่านี้มาใช้ในการปลูกกระเทียม

“เราจึงเห็นโอกาสที่จะนำของดีประจำพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่แค่ขายกระเทียมในฐานะสินค้าเกษตร แต่ต้องการสร้างระบบที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและชุมชนสามารถเติบโตไปพร้อมกับเรา”

 

สร้างมาตรฐานใหม่ ตั้งแต่แปลงปลูกถึงมือผู้บริโภค

ปัทมาภรณ์ กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนากระเทียมน้ำแร่คือการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง โดยบริษัททำงานร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนในการคัดเลือกแปลงปลูกที่ใช้แนวทางอินทรีย์ธรรมชาติ และกำหนดมาตรฐานการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ หนึ่งในมาตรฐานที่กำหนดคือการให้เกษตรกรปลูกกระเทียมประมาณ 120 วัน จากเดิมที่อาจเก็บเกี่ยวกันประมาณ 90 วัน เพื่อให้กระเทียมมีเวลาในการสะสมสารอาหารและพัฒนาคุณภาพอย่างเต็มที่ พร้อมมีการรับประกันราคาเพื่อสร้างความมั่นใจด้านรายได้ให้กับเกษตรกร แม้ในช่วงที่ราคาตลาดผันผวน

หลังจากคัดเลือกและตากแห้งที่แม่ฮ่องสอน กระเทียมประมาณ 12 ตันต่อปีจะถูกส่งมายังตำบลบ้านใหม่ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดและตัดแต่งโดยคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคุณป้าคุณยายที่เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต

“เราเลือกใช้แรงงานคนแทนการใช้เครื่องจักร เพราะการกระแทกอาจทำให้กระเทียมช้ำและเสียเร็ว การคัดและตัดแต่งด้วยมือจึงช่วยรักษาคุณภาพของสินค้า ขณะเดียวกันก็สร้างอาชีพเสริมให้ผู้สูงอายุในชุมชน สามารถทำงานอยู่ที่บ้านและมีรายได้อีกด้วย”

ความรู้จากมหาวิทยาลัย สู่การสร้างธุรกิจเพื่อสังคม

ในฐานะศิษย์เก่าวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก และวิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ปัทมาภรณ์ มองว่าองค์ความรู้จากทั้งสองศาสตร์มีส่วนสำคัญต่อการทำงานในวันนี้

“การเรียนแพทย์แผนไทยทำให้เราเข้าใจเรื่องพืชและสารสำคัญในพืชมากขึ้น ทำให้มองเห็นว่าพื้นที่ในการปลูกที่แตกต่างกันสามารถส่งผลต่อคุณลักษณะของพืชได้อย่างไร ส่วนการเรียนด้านผู้ประกอบการช่วยให้เรานำความรู้มาบริหารธุรกิจอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องสินค้า การตลาด การขาย และการกระจายสินค้า”

ตลอดระยะเวลาประมาณ 7 ปี “กระเทียมน้ำแร่แม่ฮ่องสอน” จึงค่อย ๆ พัฒนาจากผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน สู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่มีตลาดของตัวเอง ปัจจุบันมีจำหน่ายที่ Tops Market และ Gourmet Market ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์ของบ้านรักษ์ดิน www.baanrakdin.com และอยู่ระหว่างการมองหาโอกาสขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม

สำหรับปัทมาภรณ์ ความสำเร็จของธุรกิจเพื่อสังคมไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่คือการเห็นผู้คนในห่วงโซ่การผลิตมีชีวิตที่ดีขึ้น

“ความสุขในการทำงานของเราในวันนี้คือ การเห็นคนในชุมชนเติบโตไปพร้อมกับเรา เห็นเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลมีรายได้ที่มั่นคงจนสามารถส่งตัวเองเรียน หรือเห็นผู้สูงอายุมีอาชีพและมีรอยยิ้ม สิ่งเหล่านี้มีค่ามากกว่าตัวเงิน เพราะการทำธุรกิจเพื่อสังคมคือ เราไม่ได้โตไปคนเดียว แต่เราพาชุมชนโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” ปัทมาภรณ์ กล่าวเพิ่มเติม

#สำนักข่าวการศึกษาไทย

Tags:

“ปัทมาภรณ์ ธาราสุนทร” เปลี่ยน “กระเทียมน้ำแร่แม่ฮ่องสอน” สู่ธุรกิจเพื่อสังคม สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
Author

ผู้ดูแลระบบ

Follow Me
Other Articles
Previous

Apple Event “Surprise and Shine” เซอร์ไพรส์แค่ไหน? ถอดรหัสกระแส iPhone 18 Series บนโลกออนไลน์

Next

“TAKUYA” ครีเอเตอร์ญี่ปุ่นหนึ่งเดียวในบอลโลก 2026 อินฟูกว่า 600 บัญชีเจ้าพ่อเทคนิคการเลี้ยงบอลระดับโลก เปิดคลินิกทักษะการเลี้ยงบอล ดึง “เต๋าดินโญ่” ร่วมเป็นผู้ฝึกสอน ชี้ เป็นสิ่งที่เด็กไทยยังขาด ต้องเน้นเพื่อไประดับโลก

Copyright 2026 — edu news 4 U. All rights reserved. Blogsy WordPress Theme