
สำหรับนักเรียนชั้น ม.3 ที่เรียนดี มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ “ทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.” คือหนึ่งในทุนการศึกษาที่มั่นคงที่สุดของประเทศไทยที่มอบโอกาสให้เยาวชนได้ศึกษาต่อจนจบระดับอุดมศึกษาโดยไม่มีภาระผูกพันชดใช้เงินคืน
1. ทุน ม.ท.ศ. คืออะไร?
ทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ต่อมาได้จัดตั้งเป็น “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” ในปี พ.ศ. 2553 เพื่อมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่ยากจนแต่มีความประพฤติดี ให้ได้เรียนต่อจนสำเร็จการศึกษา และเติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพกลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
2. ใครมีสิทธิสมัคร? (คุณสมบัติผู้ขอรับทุน)
ระดับชั้น: กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3)
ผลการเรียน: ผลการเรียนดี คะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ชั้น ม.1 – ม.2 ไม่ต่ำกว่า 3.00
ฐานะทางบ้าน: ครอบครัวมีฐานะยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือประสบความเดือดร้อน
ความประพฤติ: มีความประพฤติดี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
สุขภาพ: สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมเข้าร่วมการฝึกบ่มเพาะพัฒนาศักยภาพ
3. สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
ทุนเต็มจำนวน (Full Scholarship): สนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน/นักศึกษา ค่าหอพัก และค่าครองชีพรายเดือน
สนับสนุนระยะยาว: ให้ทุนตั้งแต่ ม.4 (หรือ ปวช.) ต่อเนื่องไปจนจบระดับปริญญาตรี (หรือ ปวส.) ตามหลักสูตร
ไม่มีภาระผูกพัน: เป็นทุนพระราชทานเปล่า ไม่ต้องชดใช้เงินคืน
การดูแลใกล้ชิด: มีระบบครูพี่เลี้ยงและคณะกรรมการระดับจังหวัดติดตามดูแลทั้งด้านการเรียนและการดำเนินชีวิต
4. ขั้นตอนและวิธีการคัดเลือก (ไม่มีการสอบแข่งขัน)
โครงการ ม.ท.ศ. ไม่มีการเปิดสอบแข่งขันทางวิชาการทั่วไป แต่ใช้กระบวนการสรรหาเชิงลึก ดังนี้:
สถานศึกษาเสนอชื่อ: โรงเรียนคัดเลือกนักเรียน ม.3 ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเสนอต่อเขตพื้นที่การศึกษา
คัดกรองและเยี่ยมบ้าน (Home Visit): คณะกรรมการระดับจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านจริงเพื่อตรวจสอบฐานะและความประพฤติ
การกลั่นกรองระดับประเทศ: กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับสภาพัฒน์และมูลนิธิ ม.ท.ศ. ตรวจสอบคุณสมบัติในภาพรวม
นำความกราบบังคมทูลฯ: นำรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานอนุมัติ
5.กำหนดการดำเนินงานโดยประมาณการ (อ้างอิงจากรอบการคัดเลือกที่ผ่านมา)
การดำเนินงานคัดเลือกรักษามาตรฐานตามวงรอบประจำปีของกระทรวงศึกษาธิการและมูลนิธิ ม.ท.ศ. โดยประมาณการช่วงเวลาสำคัญดังนี้:
| ช่วงเวลา | กิจกรรม / ขั้นตอนการดำเนินงาน |
| มกราคม – กุมภาพันธ์ | กระทรวงศึกษาธิการ และ สศช. จัดประชุมชี้แจงแนวทาง จัดส่งคู่มือและแผนปฏิบัติการ ม.ท.ศ. ไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ |
| กุมภาพันธ์ – มีนาคม | เปิดรับสมัครและเสนอชื่อ: สถานศึกษาคัดเลือกนักเรียน ม.3 ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จัดทำเอกสารประวัติและส่งเรื่องไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด |
| เมษายน – พฤษภาคม | ตรวจสอบและลงพื้นที่: คณะกรรมการระดับจังหวัด ค้นหา คัดกรอง และลงพื้นที่เยี่ยมบ้านจริง (Home Visit) เพื่อสอบทานข้อมูลเชิงประจักษ์ |
| มิถุนายน – กรกฎาคม | คณะกรรมการระดับจังหวัดประชุมคัดเลือกตัวแทนจังหวัด และส่งรายชื่อไปยังส่วนกลาง (สป.ศธ.) เพื่อกลั่นกรองระดับประเทศ |
| สิงหาคม – กันยายน | มูลนิธิ ม.ท.ศ. นำรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานอนุมัติ และประกาศผลผู้ได้รับทุนพระราชทาน |
| พฤศจิกายน – ธันวาคม | นักเรียนทุนเข้าร่วมค่ายพัฒนาศักยภาพ และเข้าพิธีรับพระราชทานทุนการศึกษา |
(หมายเหตุ: กำหนดการในแต่ละจังหวัดอาจปรับเปลี่ยนวันสิ้นสุดการรับเอกสารตามหนังสือสั่งการประจำปีของแต่ละศึกษาธิการจังหวัด)
6.แนวทางในการเตรียมตัวสำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อเสนอขอทุน ม.ท.ศ.
เนื่องจากทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ไม่มีการเปิดสอบแข่งขันทางวิชาการ แต่เน้นกระบวนการสรรหาเชิงลึกจากสถานศึกษาและการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน (Home Visit) ของคณะกรรมการระดับจังหวัด การเตรียมตัวของนักเรียนและผู้ปกครองจึงเน้นที่ “ผลการเรียน พฤติกรรม และความพร้อมของข้อมูลจริง” ดังนี้
1. ด้านการเรียนและประวัติส่วนตัว (เตรียมตั้งแต่ชั้น ม.1 – ม.3)
รักษาเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX): ควบคุมผลการเรียนรวมชั้น ม.1 และ ม.2 ให้ไม่ต่ำกว่า 3.00 และรักษามาตรฐานการเรียนในชั้น ม.3 ให้คงที่
สะสมแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio): รวบรวมเกียรติบัตร รูปถ่ายกิจกรรม หรือเอกสารแสดงการเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนและชุมชน โดยเน้นกิจกรรมจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์ ความมีวินัย และภาวะผู้นำ
รักษาวินัยและความประพฤติ: แสดงออกถึงความตั้งใจเรียน ความเคารพครูอาจารย์ และจิตสาธารณะ เนื่องจากครูประจำชั้นและเพื่อนร่วมชั้นจะเป็นส่วนสำคัญในการให้ข้อมูลและรับรองความประพฤติ
2. ด้านเอกสารและหลักฐาน (เตรียมช่วง ม.3 เทอม 2 / ต้นปี)
เอกสารทางการศึกษา: ใบแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ชั้น ม.1 – ม.2 และหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียน
เอกสารทะเบียนราษฎร์: สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของนักเรียน พ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง
หลักฐานด้านฐานะทางครอบครัว:
หนังสือรับรองรายได้ครอบครัว หรือหนังสือรับรองผู้มีรายได้น้อย/ผู้เดือดร้อน (หากมี)
รูปถ่ายสภาพบ้านพักอาศัยทั้งภายนอกและภายใน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาฐานะ
3. ด้านการประสานงานกับสถานศึกษา (ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม)
แจ้งความประสงค์กับครูแนะแนว/ครูประจำชั้น: เนื่องจากทุนนี้รับเสนอชื่อผ่านโรงเรียนเท่านั้น นักเรียนและผู้ปกครองควรสอบถามข้อมูลและแจ้งความประสงค์กับครูแนะแนวตั้งแต่ช่วงต้นปีการศึกษา
ปรึกษาแนวทางการเขียนประวัติ: ให้ครูช่วยตรวจทานแบบประวัติการขอรับทุน เพื่อให้รายละเอียดข้อมูลชีวิต สภาพความเป็นอยู่ และความมุ่งมั่นในการศึกษาต่อมีความชัดเจน ตรงตามความเป็นจริง
4. การเตรียมพร้อมรับการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน (Home Visit) (ช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม)
เมื่อผ่านการเสนอชื่อในระดับโรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ คณะกรรมการระดับจังหวัด (นำโดยทีมงานจังหวัด/ศึกษาธิการจังหวัด) จะลงพื้นที่เยี่ยมบ้านจริง
สะท้อนข้อมูลตามความเป็นจริง: ผู้ปกครองและนักเรียนควรให้ข้อมูลเรื่องรายได้ ภาระหนี้สิน และความยากลำบากของครอบครัวตามความเป็นจริง ไม่ต้องปิดบังหรือเสริมแต่ง
แสดงความมุ่งมั่นทางการศึกษา: นักเรียนควรเตรียมความพร้อมในการตอบคำถามถึงเป้าหมายชีวิต แผนการศึกษาต่อ (สายสามัญหรือสายอาชีพ) และความตั้งใจที่จะนำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดหลังเรียนจบ
💡 สรุปหัวใจสำคัญ
“เรียนให้ได้เกรด 3.00 ขึ้นไป + มีจิตสาธารณะ + แจ้งครูแนะแนวล่วงหน้า + ให้ข้อมูลจริงตอนเยี่ยมบ้าน” เพียงเท่านี้ก็พร้อมสำหรับกระบวนการสรรหาทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.
7. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: นักเรียนหรือผู้ปกครองยื่นสมัครโดยตรงกับกระทรวงฯ ได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ ต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อโดยโรงเรียนที่นักเรียนกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.3 เท่านั้น
Q: หากต้องการเรียนสายอาชีพ (ปวช.) รับทุนนี้ได้ไหม?
A: ได้ ทุน ม.ท.ศ. ครอบคลุมทั้งสายสามัญ (ม.4-ม.6) และสายอาชีวศึกษา (ปวช./ปวส.)
Q: เงื่อนไขสำคัญขณะรับทุนคืออะไร?
A: ต้องตั้งใจเรียน รักษาผลการเรียนให้อยู่ในเกณฑ์ดี (ไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือตามที่ระเบียบกำหนด) มีความประพฤติดี ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพของมูลนิธิ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางราชการ (Official Sources)
กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.): ข่าวประชาสัมพันธ์การคัดเลือกนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.): แนวปฏิบัติโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.): คู่มือและแผนการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.): การดำเนินงานฝ่ายเลขานุการโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.
กระทรวงมหาดไทย: ระเบียบว่าด้วยการดูแลนักเรียนทุนในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.