Skip to content
-
Subscribe to our newsletter & never miss our best posts. Subscribe Now!
  • https://www.facebook.com/
  • https://twitter.com/
  • https://t.me/
  • https://www.instagram.com/
  • https://youtube.com/
edu news 4 U

Best Education news and scholarship for you

edu news 4 U

Best Education news and scholarship for you

  • Home
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Buy Adspace
  • CoverNews
  • Hide Ads for Premium Members
  • Home
  • Home
  • Home
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Blog
  • Buy Adspace
  • CoverNews
  • Hide Ads for Premium Members
  • Home
  • Home
Subscribe
Close

Search

Skill Set 4 ด้าน ที่ผู้สมัครต้องมี

เจาะลึกทักษะครูของ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” (พ.ศ. 2569–2582)

อัปเดตข้อมูลจากมติคณะรัฐมนตรี เล่มโครงการฉบับทางการ และประกาศเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ ประจำปีการศึกษา 2570

⚠ ข้อควรทราบก่อนอ่าน: โครงการนี้ “ไม่ใช่ทุนการศึกษา”

เล่มโครงการฉบับทางการของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ระบุไว้ชัดเจนว่างบประมาณที่รัฐจัดสรร (30,000 บาท/ปี/คน) เป็น “งบ Top up” ที่จ่ายให้สถาบันอุดมศึกษาผู้ผลิตครู เพื่อใช้พัฒนาทักษะและจัดกิจกรรมฝึกปฏิบัติงานให้นักศึกษา ไม่ใช่เงินที่มอบให้ผู้เรียนโดยตรง ผู้เข้าร่วมโครงการยังคงต้องรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของตนเองตามปกติ จุดขายหลักของโครงการนี้คือ “การรับประกันการมีงานทำ” — บรรจุเข้ารับราชการครูในภูมิลำเนาทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษาและมีคุณสมบัติครบถ้วน ในลักษณะเดียวกับโครงการผลิตแพทย์เพิ่มแห่งประเทศไทย (กสพท.) และโครงการผลิตพยาบาลเพิ่ม

สรุปสั้น ๆ

  • เป้าหมายรวม 16,033 คน (สพฐ. 15,853 + กทม. 180) ภายใน 9 รุ่น เริ่มคัดเลือกปีการศึกษา 2570 ทยอยบรรจุปี พ.ศ. 2574–2582
  • คัดเลือกผ่านระบบ TCAS: TGAT + TPAT5 (+TPAT2 เฉพาะสาขาศิลปะ) + A-Level ตามน้ำหนักรายสาขา คุณสมบัติทั่วไปคือจบ ม.6 GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 และต้องมีภูมิลำเนาตรงจังหวัดที่จะบรรจุ
  • ต้องพัฒนา “ชุดทักษะ (Skill Set)” 4 ด้าน ได้แก่ Active Learning, การวิจัยแบบ PDCA, การมีส่วนร่วมในชุมชนวิชาชีพ, และภาษา-ดิจิทัล พร้อมได้รับ Skill Transcript รับรองเมื่อสำเร็จการศึกษา
  • บรรจุแล้วต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่โอนย้าย
โครงการนี้คืออะไร (สรุปสั้น ๆ ก่อนเจาะลึก)

“โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” เป็นโครงการของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ดำเนินการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาผู้ผลิตครูและหน่วยงานผู้ใช้ครู (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกรุงเทพมหานคร) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการนี้เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 กรอบชื่อโครงการครอบคลุมปี พ.ศ. 2569–2582 โดยระยะเวลาดำเนินการจริงอยู่ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2570–2582 หรือจนกว่านักศึกษาทุนรุ่นสุดท้ายจะสำเร็จการศึกษา งบประมาณรวมตลอดโครงการ 2,037,960,000 บาท

เป้าหมายรวม 16,033 คน แบ่งเป็นสังกัด สพฐ. 15,853 คน และกรุงเทพมหานคร 180 คน ภายใน 9 รุ่น เริ่มคัดเลือกผู้สมัครตั้งแต่ปีการศึกษา 2570 และทยอยบรรจุเข้ารับราชการครูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2574 ถึง 2582 โดย 5 สาขาวิชาที่เปิดรับมากที่สุดจากทั้งหมด 21 สาขาวิชา ได้แก่ ประถมศึกษา (2,233 อัตรา) คณิตศาสตร์ (1,944 อัตรา) ภาษาอังกฤษ (1,850 อัตรา) ปฐมวัย (1,799 อัตรา) และภาษาไทย (1,638 อัตรา)

การคัดเลือกใช้ระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) โดยพิจารณาจากผลสอบ TGAT ผลสอบความถนัดทางครุศาสตร์ TPAT5 ผลสอบ TPAT2 (เฉพาะสาขาทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์) และผลสอบ A-Level ตามน้ำหนักที่กำหนดในแต่ละสาขาวิชา คุณสมบัติทั่วไปคือ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า มีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และต้องมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ (ของตนเอง บิดา หรือมารดา อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยอาศัยอยู่ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี) ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการและบรรจุเป็นข้าราชการครูแล้ว จะต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่มีการโอนย้าย เว้นแต่ลาออกจากราชการ

โครงการวางกลไกพัฒนาครูผ่าน 3 ระบบย่อยที่เชื่อมโยงกันด้วยวงจรวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ ระบบผลิตครู ระบบพัฒนาครูใหม่ และระบบพัฒนาครูประจำการ โดยมีแนวคิดหลักคือ “โรงเรียนฝึกหัดครูเพื่อร่วมพัฒนาวิชาชีพ” (School-based Professional Learning Community) ให้นักศึกษาทุนไปฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 กำหนดชั่วโมงพัฒนาทักษะประมาณ 285 ชั่วโมงต่อปี (ราว 4-6 เดือนต่อปี) และมีการ “เปิดชั้นเรียน (Open Class)” ภาคการศึกษาละ 1 ครั้งตลอดหลักสูตร เพื่อประเมินพัฒนาการของนักศึกษาทุนอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อควรทราบเพิ่มเติม

ข้อมูลข้างต้นสรุปจากมติคณะรัฐมนตรี (29 พ.ค. 2569) เล่มโครงการฉบับทางการของ สป.อว. (เมษายน 2569) และประกาศ สป.อว. เรื่องเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ (9 ก.ค. 2569) ผู้สนใจสมัครควรตรวจสอบรายชื่อสาขาวิชา/สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดรับ และปฏิทินการรับสมัครจริงในระบบ TCAS ปีการศึกษา 2570 อีกครั้งก่อนตัดสินใจ เนื่องจากรายละเอียดปฏิบัติการอาจปรับปรุงเพิ่มเติมได้

ทำไมต้องรู้จัก “Skill Set” ก่อนสมัคร

จุดที่ต่างจากโครงการผลิตครูทั่วไปคือ ระยะที่ 2 นี้ระบุ “ชุดทักษะ (Skill Sets)” ของนักศึกษาทุนไว้อย่างชัดเจน 4 ด้าน ซึ่งเป็นกรอบที่สถาบันผู้ผลิตครูใช้ออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมฝึกประสบการณ์ตลอดการเรียน การประเมินเน้นการปฏิบัติงานจริง (Performance Assessment) ไม่ใช่การสอบทฤษฎีแบบเดิม และมีการออก “Skill Transcript” หรือประกาศนียบัตรรับรองทักษะ (Alternative Credential) เมื่อสำเร็จการศึกษา การรู้ล่วงหน้าว่าทักษะทั้ง 4 ด้านคืออะไร จึงช่วยให้ผู้สนใจสมัครประเมินความพร้อมของตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกในปีการศึกษา 2570

ทักษะที่ 1 ทักษะการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning

Management Skills for Active Learning Classroom

คืออะไร

ทักษะการออกแบบและบริหารจัดการห้องเรียนให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้กิจกรรม การลงมือปฏิบัติ การอภิปราย และการแก้ปัญหา แทนการบรรยายฝ่ายเดียว ครูในบทบาทนี้ต้องวางแผนกิจกรรม ตั้งคำถามกระตุ้นความคิด และดูแลบรรยากาศให้เด็กมีส่วนร่วมได้จริง

ทำไมจึงสำคัญ

เล่มโครงการฉบับทางการระบุผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ชัดเจนว่า ภายในปีที่ 9 ของโครงการ ผู้เรียนในโรงเรียนฝึกหัดครูต้องมีทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ตามแนว PISA ไม่น้อยกว่าคะแนนเฉลี่ยของ OECD และกำหนดให้มีการประเมินคุณภาพชั้นเรียนทุก 3 ปีว่าเป็นชั้นเรียนแบบ Active Learning จริงหรือไม่ ทักษะนี้จึงเป็นแกนกลางของการเป็นครูในโครงการ ไม่ใช่เป้าหมายเชิงนามธรรม

ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
  • ฝึกเป็นผู้นำกิจกรรมกลุ่มในชั้นเรียนหรือชมรม เช่น สอนพิเศษเพื่อน สอนน้อง หรือเป็นพี่เลี้ยงค่ายวิชาการ
  • ลองออกแบบกิจกรรม/เกมการเรียนรู้ง่าย ๆ ให้เพื่อนหรือรุ่นน้อง แล้วสังเกตว่าอะไรทำให้คนมีส่วนร่วมมากขึ้น
  • เข้าร่วมกิจกรรมโครงงาน (Project-based Learning) ของโรงเรียน เพื่อคุ้นเคยกับการเรียนรู้แบบลงมือทำ
  • อ่านหรือดูสื่อเบื้องต้นเกี่ยวกับแนวคิด Active Learning เพื่อให้เข้าใจหลักการก่อนเข้าศึกษาต่อ
ทักษะที่ 2 ทักษะการพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ด้วยการวิจัย

Research Skills for Continuous Improvement (PDCA Skills)

คืออะไร

ทักษะการใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการสอนอย่างต่อเนื่อง ตามวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) คือ วางแผนการสอน ลงมือปฏิบัติ ตรวจสอบผลที่เกิดกับผู้เรียน แล้วนำผลมาปรับปรุงการสอนรอบถัดไป

ทำไมจึงสำคัญ

ทักษะนี้สอดคล้องโดยตรงกับ “วงจรวิจัยและพัฒนานวัตกรรม” ที่เป็นแกนกลางเชื่อมโยง 3 ระบบย่อยของโครงการ เล่มโครงการระบุว่าครูรุ่นนี้ต้องมีผลงานสร้างและพัฒนานวัตกรรมที่มีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชั้นเรียนของตนเองอย่างเป็นระบบ นำไปใช้ได้จริงและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่แค่สอนตามรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ แต่ต้องพัฒนาการสอนของตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางวิชาชีพ

ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
  • หากโรงเรียนมีวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ (IS) หรือโครงงานวิทยาศาสตร์ ควรตั้งใจฝึกกระบวนการตั้งคำถาม เก็บข้อมูล และสรุปผลอย่างเป็นระบบ
  • เข้าร่วมชมรมหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำโครงงาน/งานวิจัยเยาวชนของโรงเรียนหรือหน่วยงานภายนอก
  • ฝึกเขียนสรุปผลงานหรือกิจกรรมที่ทำ พร้อมระบุว่าครั้งต่อไปจะปรับปรุงอะไร ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด PDCA
  • ฝึกเก็บข้อมูลง่าย ๆ รอบตัว เช่น ผลการติวเพื่อน แล้ววิเคราะห์ว่าวิธีไหนได้ผลดีกว่ากัน
ทักษะที่ 3 ทักษะการมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ

Engagement Skills in School-based Professional Learning Community

คืออะไร

ทักษะการทำงานร่วมกับเพื่อนครู ผู้บริหารโรงเรียน และชุมชน ในฐานะสมาชิกของ “ชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ” ที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ไม่ใช่การทำงานคนเดียวแบบต่างคนต่างสอน แต่ต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้และรับข้อเสนอแนะกับเพื่อนร่วมวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ

ทำไมจึงสำคัญ

ตามเล่มโครงการ นักศึกษาทุนต้องเข้าไปฝึกปฏิบัติงานจริงในโรงเรียนฝึกหัดครูตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 และต้องร่วม “เปิดชั้นเรียน (Open Class)” ภาคการศึกษาละ 1 ครั้งตลอดหลักสูตร ทั้งในระดับโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด และระดับชาติ โดยรวมแล้วมีชั่วโมงพัฒนาทักษะในสถานศึกษาจริงราว 285 ชั่วโมงต่อปี ผู้ที่จะเป็นครูในโครงการนี้จึงต้องมีทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารที่ดี เพราะบทบาทของครูจะไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนของตนเอง

ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
  • เข้าร่วมกิจกรรมสภานักเรียน ชมรม หรืองานอาสาสมัครที่ต้องทำงานเป็นทีมและประสานงานกับคนหลายฝ่าย
  • ฝึกการรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพื่อนอย่างสร้างสรรค์ในงานกลุ่ม
  • หาโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนหรือโรงเรียนใกล้เคียง เช่น ค่ายอาสา หรือกิจกรรมพี่สอนน้องข้ามโรงเรียน
  • ฝึกทักษะการสื่อสารต่อหน้าที่ประชุมหรือกลุ่มคน เพื่อคุ้นเคยกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงวิชาชีพ
ทักษะที่ 4 ทักษะการพัฒนาตนเองด้านภาษาและดิจิทัล

Skills for Language and Digital Literacy

คืออะไร

ทักษะการใช้ภาษา (โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ) และเครื่องมือดิจิทัล เพื่อสืบค้นข้อมูล สื่อสาร และจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน รวมถึงการรู้เท่าทันสื่อและใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณ

ทำไมจึงสำคัญ

ทักษะนี้ไม่ใช่แค่แนวทางกว้าง ๆ แต่มีเกณฑ์วัดผลจริงระบุไว้ในประกาศเกณฑ์การคัดเลือก: ก่อนสำเร็จการศึกษาและได้รับการบรรจุ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ที่กำหนด และเล่มโครงการยังกำหนดให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ภาษาอังกฤษของผู้เรียนตามมาตรฐาน CEFR ในแต่ละช่วงชั้นด้วย

ผู้เรียนจะเตรียมตัวได้อย่างไรตั้งแต่ ม.ปลาย
  • ฝึกภาษาอังกฤษอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้: ประกาศเกณฑ์กำหนดว่าวิชาเอกอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องมีผลสอบอย่างน้อย TOEFL ITP 473 หรือ TOEFL iBT 52 หรือ IELTS 4 หรือ TOEIC 500 หรือ CU-TEP 56 ส่วนวิชาเอกภาษาอังกฤษต้องมีผลสอบสูงกว่านั้นมาก เช่น IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5
  • หัดใช้เครื่องมือดิจิทัลพื้นฐานเพื่อการนำเสนอและการเรียนรู้ เช่น โปรแกรมนำเสนองาน หรือเครื่องมือสร้างสื่อการเรียนรู้อย่างง่าย
  • ฝึกสืบค้นข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำไปใช้หรือแชร์ต่อ
  • ทำความคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกันผ่านเครื่องมือออนไลน์ เช่น เอกสารและงานนำเสนอแบบทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
สรุปสำหรับผู้สนใจสมัคร
  • กลุ่มเป้าหมาย: ผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า เกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00
  • เงื่อนไขภูมิลำเนา: ต้องมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ (ของตนเอง บิดา หรือมารดา) อาศัยต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • การคัดเลือก: ผ่านระบบ TCAS ปีการศึกษา 2570 พิจารณาจาก TGAT + TPAT5 (+TPAT2 เฉพาะสาขาศิลปะ) + A-Level ตามน้ำหนักรายสาขา คะแนนรวมต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 เลือกสมัครได้ไม่เกิน 3 สาขาวิชา
  • จำนวนที่ตั้งเป้าผลิตตลอดโครงการ: 16,033 คน (สพฐ. 15,853 + กทม. 180) ภายใน 9 รุ่น
  • การบรรจุเข้ารับราชการครู: ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2574 ถึง 2582 ต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยไม่โอนย้าย
  • ก่อนสำเร็จการศึกษาต้องมี: ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูขั้นต้น (B License) และผลสอบภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • กรอบทักษะที่ต้องพัฒนา: Skill Set 4 ด้าน ได้แก่ Active Learning, การวิจัยแบบ PDCA, การมีส่วนร่วมในชุมชนวิชาชีพ, และภาษา-ดิจิทัล พร้อมการรับรองผ่าน Skill Transcript

⚠ ข้อควรระวังสำหรับผู้สมัคร

  • โครงการนี้ไม่ใช่ทุนการศึกษา งบสนับสนุนจ่ายให้สถาบันผู้ผลิต ไม่ใช่เงินที่มอบให้ผู้เรียนโดยตรง ผู้เข้าร่วมยังต้องรับผิดชอบค่าเล่าเรียนของตนเองตามปกติ
  • เมื่อบรรจุแล้วห้ามโอนย้ายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เว้นแต่ลาออกจากราชการ
  • ต้องมีภูมิลำเนาตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติตามนี้จะถูกตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการ
  • รายละเอียดปฏิบัติการ เช่น รายชื่อสาขาวิชา/สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วม และปฏิทินรับสมัครจริงในระบบ TCAS ควรตรวจสอบจากประกาศทางการอีกครั้งก่อนตัดสินใจสมัคร

แหล่งข้อมูล: (1) หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๕/๑๑๓๕๘ เรื่อง โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2569-2582 ลงวันที่ 29 พ.ค. 2569 พร้อมความเห็นประกอบของกระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร (2) เล่มโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2569-2582 โดย สป.อว. เมษายน 2569 (3) ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2570 ลงวันที่ 9 ก.ค. 2569

Author

ผู้ดูแลระบบ

Follow Me
Other Articles
Previous

“คเณศายะ” ชวนสัมผัสศิลปะ–ศรัทธาร่วมสมัย เปิดตัว KT “กระแต–กระต่าย–กฤษ” พร้อมเวที MISS GANESHAYA 2026 เปิดรับเพียง 30 คน

Next

ไม่จำกัดแค่ตำรา! ม.สยามเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาสร้างนวัตกรรมจริง คว้าแชมป์ Enactus Thailand 2026 รอบภาคกลาง

Copyright 2026 — edu news 4 U. All rights reserved. Blogsy WordPress Theme